เมฆดำทะมึนปกคลุม ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
ลูเยียทะยานร่างพุ่งไปอย่างรวดเร็ว เคลื่อนตัวไปมาเหนือสิ่งก่อสร้างหลากหลายรูปแบบในเมืองหลวง
ด้วยมีม่านฝนที่บดบังสายตาประกอบกับความเร็วที่ผิดปกติตลอดทางจึงไม่เคยมีผู้ใดสังเกตเห็น
แต่ลูเยียรู้ดีว่ากรมตรวจการเสวียนจิงมีกระจกหยั่งรู้สวรรค์อยู่ในครอบครอง
ตราบใดที่ตนยังอยู่ในเมือง พวกศัตรูเหล่านั้นย่อมหาตัวเขาได้โดยไม่ยากเย็น
เสียงฝนตกกระทบดังซ่าๆ ห่าฝนเทกระหน่ำลงมา ผ่านไปราวครึ่งเค่อ ลูเยียพลันหยุดฝีเท้าลงอย่างเงียบเชียบ เบื้องหน้าปรากฏกลุ่มสิ่งปลูกสร้างโบราณตั้งเรียงรายสลับซับซ้อน ท่ามกลางม่านฝนที่ตกหนักประดุจฟ้ารั่ว ปรากฏว่าเป็นสำนักศึกษาต้าเฉียน
และกลิ่นอายเร้นลับที่เขาเฝ้าติดตามมาตลอดทางในที่สุดก็หยุดนิ่งลง ที่นั่นมีเงาร่างในชุดคลุมสีดำ สวมหมวกคลุมปิดบังใบหน้ามิดชิดยืนอยู่
คนในชุดคลุมสีดำอยู่ไม่ไกลจากสำนักศึกษาต้าเฉียนโดยหันหลังให้แก่ลูเยีย
“ได้ป้ายหยกไร้อักษรติดตัวไว้แล้ว ตามข้ามา”
น้ำเสียงเย็นเยียบสายหนึ่งดังกึกก้องที่ข้างหูของลูเยีย หัวใจของลูเยียสั่นสะท้าน เขาพลันตระหนักได้ว่าตนเองเข้าใจผิดไป
คนในชุดคลุมสีดำผู้นั้นชัดเจนว่าเป็น ‘สายลับ’ ที่ท่านอารองจัดเตรียมไว้!
มิเช่นนั้นนางย่อมไม่มีทางล่วงรู้เรื่องป้ายหยกไร้อักษรเป็นแน่ และจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าเป็นสตรี
ไม่ทันที่ลูเยียจะได้ถาม บุคคลในชุดดำก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที หลังจากเดินวนรอบด้