ุ่งตรงมาที่ตำหนักแห่งนี้
ลูเยียไม่ได้ใช้จิตสัมผัสไปตรวจสอบแต่กลับรีบมาที่ประตูห้องลับด้านข้างตำหนักเป็นอันดับแรก
“ท่านผู้อาวุโส มีคนมาแล้ว!”
ลูเยียกระซิบแจ้งข่าว
แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง เขาจึงเคาะประตูทันที นอกเหนือความคาดหมายของเขายังคงไม่มีการตอบรับ
ขณะที่เสียงฝีเท้าจากภายนอกตำหนักดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ลูเยียไม่ลังเลตัดสินใจผลักประตูเข้าไปทันที ประตูใหญ่ของห้องลับถูกผลักเปิดอย่างง่ายดายและภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏสู่สายตา ภายในห้องลับจัดวางสิ่งของไว้อย่างเรียบง่ายแต่แฝงความประณีต
ลูเยียมองเห็นทันทีว่ามีร่างหนึ่งนอนอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อน
ทว่าคนผู้นั้นหาใช่สวีเยียนอวินไม่ แต่เป็นสตรีที่มีใบหน้าหมดจดนางหนึ่ง
เพียงแค่มองจากระยะไกลลูเยียก็สังเกตเห็นว่าหญิงสาวผู้นี้สิ้นลมไปแล้ว ร่างกายของนางไร้ชีวิตโดยสิ้นเชิง!
นี่มันเกิดเรื่องใดขึ้น?
แล้วสวีเยียนอวินเล่าหายไปที่ใด?
ในเวลานั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังถี่ๆ นั้นได้มาถึงนอกตำหนักแล้ว
“ได้ล้อมที่นี่ไว้!”
“หากเจ้าคนชั่วลูเยียกล้าทำร้ายผู้อาวุโสสวีจงฆ่ามันทิ้งเสียทันที!”
เสียงตะโกนดังสนั่นมาจากภายนอกตำหนัก ลูเยียขมวดคิ้วด้วยความสงสัย คนพวกนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นี่?
และยังเรียกตนว่าคนชั่วอีก?
นี่มัน…
ลูเยียพลันฉุกคิดถึงความเป็นไปได้ประการหนึ่งขึ้นมาทันที
หญิงชุดดำเมื่อครู่ไม่ใช่สวีเยียนอวินเลยสักนิด
สวีเยียนอวินตัวจริงคือหญิงสาวที่นอนตายอ