เมืองหลวงต้าเฉียน หอเมฆาคล้อย
ลูเยียนั่งอยู่ริมหน้าต่าง บนโต๊ะมีกาสุราวางอยู่กาสุราหนึ่งพร้อมจานเนื้อแห้ง
ท้องฟ้ามัวซัว สายฝนโปรยปรายต่อเนื่องมาทั้งคืนและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
ลูเยียดื่มสุราไปหนึ่งจอกพลางคำนวณเวลาในใจอย่างเงียบเชียบ
นับจากที่เขามาในเมืองหลวงต้าเฉียนจนถึงตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยไปครึ่งชั่วยามแล้ว
ทว่าลูเยียก็ไม่ได้เร่งร้อนยังคงรออยู่ที่นี่
ท่านอารองเคยบอกไว้ว่าตราบใดที่เขาพกป้ายหยกไร้ตัวอักษรติดตัวมาถึงเมืองหลวงย่อมจะมีคนเป็นฝ่ายมาหาเขาเอง
ด้วยเหตุนี้ลูเยียจึงนั่งรออยู่ที่นี่ รินสุราดื่มเพียงลำพังบางครั้งก็เหลือบมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างในเมืองหลวงมีหอสูงเสียดฟ้ายอดนั้นสูงเสมอกับหมู่เมฆาเลื่อนลอย
ในเมืองหลวงแห่งนี้หอเมฆาคล้อยคือหอสุราที่สูงที่สุด
มองผ่านหน้าต่างบานนี้ไปสามารถทอดสายตาสํารวจทัศนียภาพของเมืองหลวงได้เกือบครึ่งค่อนเมือง
“เมืองหลวงแห่งนี้ยังคงรุ่งเรืองเฟื่องฟูเหมือนแต่ก่อนไม่น่าแปลกใจเลยที่ยอดฝีมือทั่วหล้าต่างหลั่งไหลมาดังฝูงนกกาอย่างไม่ขาดสาย”
ลูเยียทอดถอนใจเล็กน้อยในแผ่นดินต้าเฉียน จงโจวนับเป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุด เมืองหลวงเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นสถานที่ที่เจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งที่สุดในต้าเฉียน บรรดาผู้ฝึกตนในโลกมนุษย์ไม่มีผู้ใดที่ไม่ปรารถนาจะสร้างชื่อเสียงและมีที่ยืนอันมั่นคงในเมืองหลวงแห่งนี้
ในปีที่ลูเยียอายุสิบหกเขาก็เคยคิดเช่นนั้นเช่นกัน
ในตอนนั้นเ