้เป็นอย่างดี
ครึ่งปีก่อนตระกูลลูเผชิญกับวิกฤตทั้งภายในและภายนอกสถานการณ์สั่นคลอนราวกับเรือน้อยในพายุใหญ่ตอนนั้นเขาในฐานะประมุขตระกูลก็จำเป็นต้องอดทนต่อหลายสิ่ง!
“ลูเยียเจ้าไปเถิดรีบกลับไปหาตระกูลของเจ้าและนำสมาชิกตระกูลไปลี้ภัยที่สำนักกระบี่เกาสวรรค์”
เชี่ยหลิงเทียนจ้องมองลูเยียแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แม้แต่พลังของราชวงศ์เชียงก็ไม่กล้าที่จะทำสงครามกับสำนักกระบี่เกาสวรรค์อย่างง่ายๆ! การข่มขู่ของพวกเขามีต่อเจ้าก็จะไร้ประโยชน์ไปโดยปริยาย!”
“ขอเพียงขุนเขายังอยู่ไม่ตองกังวลว่าจะไม่มีฟืนเผา!”
“ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าในภายหน้าย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะล้างแค้นไม่ได้!”
“เพียงแค่เจ้าไม่ไปที่เมืองหลวงพวกเขาเหล่านั้นก็จะไม่สามารถใช้หลิงชิวมาข่มขู่เจ้าได้และในที่สุดก็ต้องปล่อยหลิงชิวไป”
คำพูดเหล่านี้วิเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้งและตรงประเด็น
ลูเยียปฏิเสธ
เขาจำเป็นต้องสืบให้กระจ่างถึงความจริงของสงครามที่ด้านเทียนหลางความแค้นเหล่านั้นก็ต้องได้รับการชำระให้สิ้น!
โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ถึงชะตากรรมของเชี่ยเปาซูและเชี่ยหลิงชิว ยิ่งทำให้เจตนาสังหารของลูเยียแน่วแน่ขึ้น
“ท่านผู้อาวุโสในเมื่อข้ากล้ามาข้าย่อมมีการเตรียมตัวมาแล้วท่านไม่ต้องกังวลอีก”
แววตาของลูเยียลุ่มลึกและเย็นเยียบท่านไม่จำเป็นต้องห้ามปรามอีกแล้วคราวนี้ราชวงศ์เชียงต้องชดใช้ด้วยเลือดเป็นแน่
น้ำเสียงสงบนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวของอารมณ์
ทว่าเชี่ยหลิงเทียน