้แต่น้อย
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนทั้งสำนักเป็นห่วงเจ้ามากเพียงใด? และเพื่อช่วยเจ้าพวกเราได้ทุ่มเทความพยายามไปมากเพียงใด?”
บรรพชนซิงหลินโกรธจนดวงตาแทบจะพ่นไฟออกมา
“แต่เจ้ากลับมัวแต่ลุ่มหลงในความรัก ทั้งยังกล้าส่งจดหมายขอความช่วยเหลือ ทำไมไม่ตายเพราะความรักไปเสียเลยละ? ช่างเป็นความอัปยศของผู้ฝึกดาบอย่างแท้จริง!”
อาจารย์เติงเทียนและคนอื่นๆ ที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ไม่ไกลนักต่างหัวเราะร่าอย่างขบขัน
บรรพชนหลิงเจินสมควรถูกด่าหรือไม่?
พูดยากนัก
เพราะว่าทุกคนมีจุดยืนที่แตกต่างกัน
แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าหากครั้งนี้ไม่ใช่เพราะลูเยียออกหน้า ความรักระหว่างมนุษย์กับจิ้งจอกของบรรพชนเหวินอวินย่อมจบลงด้วยโศกนาฏกรรมอย่างแน่นอน!
ณ ตำหนักใหญ่อีกแห่งหนึ่ง
มีเพียงลูเยีย บรรพชนหลิงเจิน และบรรพชนอีกห้าคน
“ท่านผู้อาวุโสลู นี่คือสมบัติตกทอดแห่งเทียนจินจากเผ่าปีศาจเจินโฮวของข้า โปรดท่านช่วยพิจารณาด้วย!”
บรรพชนขงเชิ่งจากเผ่าปีศาจเจินโฮวก้าวออกมา ข้างหน้าใช้สองมือประคองหม้อดินเผาเก่าๆ ใบหนึ่งอย่างนอบน้อม ลูเยียนั่งอยู่หลังโต๊ะหยกรับหม้อดินเผามาแล้วกล่าวว่า “ท่านไปรออยู่ด้านข้างก่อนเถิด”
“ครับ!”
บรรพชนขงเชิ่งถอยไปด้านข้างอย่างว่าง่าย ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ กลัวว่าจะรบกวนลูเยีย
บรรพชนคนอื่นๆ ที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะ ต่างพากันสำรวมท่าที ก้มหน้าก้มตาทำตัวเรียบร้อยกว่าใครเพื่อน
บรรพชนหลิงเจินรู้สึกทึ่งยิ่ง