บรรพชนข่งเซิงเหลือบมองไปที่ลู่เยี่ย “ท่านผู้นี้คือ ท่านใต้เท้าลู่ที่สหายเต๋ากล่าวถึงใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว”
บรรพชนหลิงเจินกล่าวพลางใช้ส่งเสียงกระแสจิตเตือน “อย่าใช้เคล็ดวิชาลับสำรวจเด็ดขาด มิเช่นนั้นหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ข้าก็ไม่อาจช่วยเจ้าแบกรับผลที่ตามมาได้!”
บรรพชนข่งเซิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มพลางประสานมือคารวะลู่เยี่ย “ผู้เฒ่าข่งเซิง คารวะท่านใต้เท้าลู่!”
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทว่าเขาก็ยังคงสะกดกลั้นไว้ มิบุ่มบ่ามหยั่งเชิง
ลู่เยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าเคยได้ยินบรรพชนหลิงเจินเอ่ยถึงท่านมาบ้าง”
ความจริงแล้ว เขาเพิ่งจะได้ยินกิตติศัพท์ของบรรพชนข่งเซิงเมื่อคืนนี้เอง
ในเวลานี้ เผ่าปีศาจชิงชิวก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่ว
“บรรพชนข่งเซิง เจ้าหมายความว่าอย่างไร คิดจะช่วยเจ้าเฒ่าหลิงเจินรึ?”
บรรพชนเสวี่ยอวี่เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา แววตาคมกริบดั่งคมดาบ “เจ้าไม่กลัวว่าภัยจะมาถึงตัวรึ?”
บรรพชนข่งเซิงแสยะยิ้ม “น้องสาว เชื่อคำเตือนของพี่ชายเถิด ยอมจำนนเสียเถอะ!”
บรรพชนเสวี่ยอวี่แค่นเสียงหยัน “เพียงแค่พวกเจ้าสองคน ยังไม่พอให้ข้าเห็นค่าหรอก!”
“แล้วถ้าหากรวมข้าเข้าไปด้วยเล่า?”