นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงผู้คนสนทนากันในซากปรักหักพังแห่งชิงหมิงของผังดาบเก้าคุมขัง
และไม่ได้มีเพียงคนเดียว ทว่ามากันเป็นกลุ่ม!
ข้อมูลที่เล็ดลอดออกมาจากวงสนทนานั้น ยิ่งทำให้ลู่เยี่ยต้องตกตะลึง
สิ่งที่แน่นอนคือ เจ้าของเสียงเหล่านั้นล้วนถูกจองจำอยู่ในคุกฮุ่นตุ้นที่แตกต่างกัน!
และพวกเขาก็จับจ้องเขามาตั้งแต่คราแรกที่เขาเหยียบย่างเข้ามาที่นี่!
“พวกเขากล่าวว่า สงสัยว่าข้าเป็นทายาทของเจ้าแห่งวิหารเต๋า”
“ทั้งยังบอกอีกว่า เจ้าแห่งสวรรค์ไม่กล้าเข้ามาที่ซากปรักหักพังแห่งชิงหมิงโดยง่าย”
“ส่วนพวกเขานั้น ถูกขังอยู่ในคุกฮุ่นตุ้นมาไม่รู้กี่ยุคโกลาหลแล้ว…”
สิ่งเหล่านี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่?
อะไรคือเจ้าแห่งสวรรค์?
อะไรคือยุคโกลาหล?
เจ้าของวิหารเต๋าที่พวกเขาพูดถึงคือผู้ใดกัน?
จิตใจของลู่เยี่ยสับสนไม่อาจหาคำตอบได้
ต้องรู้ว่า ผังดาบเก้าคุมขังในฝ่ามือเขานั้นติดตัวเขามาแต่กำเนิด!
หาได้เป็นการรับสืบทอดมาจากผู้ใดไม่
แล้วเขาจะกลายเป็นทายาทของเจ้าแห่งวิหารเต๋าไปได้อย่างไร?
ในขณะที่ความคิดของลู่เยี่ยกำลังหมุนวน จู่ ๆ เขาก็พบว่าเสียงสนทนาเหล่านั้นเงียบหายไปอย่างกะทันหัน