ิ่งแฝงไปด้วยความรู้สึกกดดันและกลิ่นอายต้องห้ามที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน
“เหตุใดพวกท่านจึงเรียกภาพนี้ว่า ‘ภาพหมอกมงคลเคลื่อนสู่สรวง’?”
ลูเยียเอ่ยถามบรรพชนหลิงเจินรีบอธิบายว่า “เหล่าบรรพบุรุษทุกรุ่นของเผ่าข้าต่างเชื่อว่าเงาร่างในภาพกำลังฝ่าทัณฑ์สวรรค์เพื่อจะล่องลอยขึ้นสู่ดินแดนเซียนจึงตั้งชื่อตามนั้น”
ลูเยียเข้าใจแล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น
แม้แต่ชื่อเรียกก็เป็นเพียงสิ่งที่เผ่าปีศาจปีฟางตั้งขึ้นเองไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของภาพวาดนี้
ลูเยียถามต่อ “แล้วพวกท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งนี้ซุกซ่อนความนัยอันยิ่งใหญ่เอาไว้?”
“ท่านใต้เท้าลูโปรดดูนี่”
บรรพชนหลิงเจินยื่นมือออกไปแล้วแตะนิ้วลงบนภาพวาดพลังอันทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวไหลบ่าออกจากปลายนิ้วเปี่ยมไปด้วยอานุภาพแห่งการทำลายล้างเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อปรากฏขึ้นภาพวาดนี้ค่อยๆเปล่งประกายแสงสีเลือดเหมือนเป็นสิ่งต้องห้ามสลายพลังนิ้วของบรรพชนหลิงเจินจนสิ้นในพริบตานั้นเองลูเยียพลันเห็นว่าเมื่อแสงสีเลือดนั้นปรากฏขึ้นทัศนียภาพในภาพวาดก็แปรเปลี่ยนไปเงาร่างคลุมเครือที่ดูเหมือนเทพเซียนเหล่านั้นดูราวกับกำลังหลั่งโลหิตบนร่างของพวกเขาปรากฏอักขระสีเลือดประหลาดเป็นสาย
ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหายนะในภาพวาดสะท้อนดวงอาทิตย์สีเลือดดวงหนึ่งขึ้นมาไม่ใช่
ดวงอาทิตย์สีเลือดดวงนั้นดูเหมือนดวงตาเสียมากกว่า!
แปลกประหลาดลึกลับเย็นชามันเปิดออกนอกท้องฟ้า
ม่านตาของม