ันเหมือนกับอักขระสีเลือดที่เปี่ยมไปด้วยอักขระต้องห้ามกำลังจ้องมองเงาร่างเทพเซียนเหล่านั้นจากเบื้องบน
ประหนึ่งการปรายตามองลงมาจากที่สูงส่ง
แม้ภาพเหตุการณ์นี้จะเลือนหายไปในชั่วพริบตาแต่ก็สร้างความสั่นสะเทือนอย่างมากต่อจิตใจของลูเยีย
ที่สำคัญที่สุดคือเขาพบว่าในยามที่แสงสีเลือดต้องห้ามนั้นปรากฏขึ้นผังดาบเกาคุมขังในใจกลางฝ่ามือขวาของเขาพลันร้อนระอุขึ้นมา!
นี่คือสิ่งที่ทำให้ลูเยียตกตะลึงอย่างแท้จริงบรรพชนหลิงเจินกล่าวจากด้านข้างว่า “ท่านใต้เท้าลูคงได้เห็นอักขระสีเลือดเหล่านั้นแล้วท่านบรรพบุรุษทุกยุคสมัยของเผ่าเราต่างคาดการณ์ว่าหากสามารถไขความลับอักขระสีเลือดเหล่านั้นได้ก็จะสามารถล่วงรู้ความลับที่แท้จริงของภาพนี้”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อว่า “ในสมบัติล้ำค่าต้องห้ามแปดชิ้นที่ร่วงหล่นมาจากภูเขาเทียนจินทั้งหมดมีอักขระสีเลือดที่คล้ายคลึงกันนี้อยู่!”
ลูเยียจึงเข้าใจในทันที
ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นั่นต่างหยุดการสนทนาและตั้งใจฟังอย่างเงียบงันความลับเช่นนี้เกี่ยวข้องกับภูเขาเทียนจินและสมบัติล้ำค่าต้องห้ามย่อมทำให้ผู้คนให้ความสนใจเป็นพิเศษแม้แต่ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณและบรรพชนซิงหลินก็ยังเป็นครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องนี้
“ท่านใต้เท้าเกี่ยวกับภาพนี้ข้าก็เคยถามท่านยายมาแล้ว”
ทันใดนั้นอีกาหัวขาวอาจุ๊ก็เอ่ยขึ้นว่า “ท่านยายบอกว่าสมบัติทั้งหลายนี้เกี่ยวพันกับความลับของกฎเกณฑ์ชั้นฟ้าของแต่ละเขตหวงห้ามลึกลั