ขามีหน้าตาใหญ่โตเพียงใดถึงได้มานั่งตรงนี้?
กวาดสายตามองไปรอบด้าน สุ่มหยิบปีศาจตนใดออกมาก็ล้วนแล้วแต่เป็นปีศาจเฒ่าที่มีอายุขัยนับพันปีทั้งสิ้น
เมื่อเทียบกันแล้วตนเองกลับเหมือนเป็นแค่ ‘รุ่นเยาว์’ บนเส้นทางการฝึกฝน…
เมื่อสัมผัสได้ถึงความกระอักกระอ่วนของบรรพชนซิงหลิน ลูเยียก็ลอบขำในใจ ความอึดอัดที่สั่งสมมาพลันสลายไปไม่น้อย
‘อยาก ‘ชอบสอนผูอื่น’ นักมิใช่หรือ?’
‘อยาก ‘เคจาประสบการณ์ขม’ นักมิใช่หรือ?’
‘คราครั้งนี้ข้าจะให้ท่านได้ลิ้มรสความเป็น ‘ผู้อาวุโส’ อย่างแท้จริงที่มีสิทธินั่งในตำแหน่งนี้’
ไม่นานงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น เสียงจอกสุรากระทบกัน กลิ่นอายความรื่นเริงแผ่ซ่านไปทั่ว
มีเพียงบรรพชนซิงหลินเท่านั้นที่กินอาหารแต่ไม่รู้รส การถูกเชิดชูไว้สูงส่งเกินไปกลับทำให้เขารู้สึกประหนึ่งถูกประหารต่อหน้าธารกำนัลช่างน่าอึดอัดใจเสียเหลือเกิน หลังจากผ่านพ้นสุราไปสามรอบ ลูเยียจึงเริ่มพูดเรื่องจริงจัง
“ที่มาเยือนครานี้เพราะอยากขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน ให้ช่วยข้าตามหาท่านผู้อาวุโสคนหนึ่งในสำนักของข้า”
ลูเยียเล่าเรื่องทั้งหมดจนจบพร้อมกับส่งยันต์ลับข้ามอากาศไปให้บรรพชนหลิงเจิน ข้างในมีภาพวาดของบรรพชนเหวินอวิน
บรรพชนหลิงเจินยังไม่ทันดูก็ทุบอกรับปากว่า “การได้รับใช้ท่านใต้เท้าลูถือเป็นเกียรติอย่างสูงสุดของพวกเราเผ่าปีศาจปีศาจ!”
“ขอท่านใต้เท้าลูโปรดวางใจ เรื่องนี้จงมอบให้เป็นหน้าที่ของเผ่าเราเถิด!”
เมื่อกล่าวจบ