เขาจึงหันไปสั่งการผู้ติดตามข้างกายว่า “จงสั่งการลงไป เร่งระดมพละกำลังทั้งเผ่าออกสืบเสาะทั่วทั้งเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่ เพื่อค้นหาสหายเต๋านามว่า ‘เหวินอวิน’ ผู้นี้!”
“ผู้ใดสามารถพบตัวได้จะถือเป็นความดีความชอบสูงสุด ข้าจะให้รางวัลด้วยตนเอง เร่งไปจัดการเสีย!”
“น้อมรับคำสั่ง”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งรับคำสั่งแล้วเร่งรุดออกไปในทันที บรรพชนซิงหลินจ้องมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยความตะลึงงัน รู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความจริง
เขาพลันเข้าใจขึ้นมาในทันทีว่าเหตุใดตอนที่อยู่สำนักกระบี่เกาสวรรค์ ลูเยียจึงกล่าวว่าจะเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ
ไม่ใช่ว่าลูเยียพูดแต่ปากหรือไม่ยากช่วยเหลือ
ทว่าเขามีความสามารถเพียงพอที่จะใช้จดหมายเพียงฉบับเดียวสั่งการให้เผ่าปีศาจปีศาจทุ่มเทกำลังทั้งหมดเข้าช่วยเหลือได้จริงๆ!
“เขาดูเหมือนจะไม่เคยรู้จักลูเยียอย่างแท้จริงเลย…”
บรรพชนซิงหลินพึมพำในใจ สิ่งที่เผชิญในวันนี้ช่างกระตุ้นความรู้สึกของเขาเหลือเกิน ความรับรู้แทบจะถูกพลิกคว่ำสิ้น
และในขณะนี้เองเขาตระหนักถึงสิ่งหนึ่งในที่สุด
เขามักจะมองว่าลูเยียเป็นเพียงคนรุ่นหลังที่ต้องปกป้องและสั่งสอนจากเขามาตลอด แต่การรับรู้เกี่ยวกับคนรุ่นหลังผู้นี้กลับตื้นเขินเกินไป และผิวเผินเกินไปด้วย!
ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งของเผ่าปีศาจปีศาจนั้น ต่อให้พวกเขามีแผนการร้ายแอบแฝง พวกเขาก็ไม่มีทางประจบเอาใจลูเยียถึงขนาดนี้ อีกทั้งยังยินดีทำงานให้ลูเยี