ยด้วยความเต็มใจ
ทุกอย่างบ่งชี้ได้อย่าเดียวว่าในตัวลูเยียจะต้องมีความลับที่ผู้อื่นไม่ล่วงรู้ ซึ่งเพียงพอจะทำให้เผ่าปีศาจปีศาจต้องทำถึงเพียงนี้!
ในขณะนั้นเองมีทหารรักษาการคนหนึ่งรีบร้อนเข้ามารายงานข่าวด้วยเสียงเบาที่ข้างหูของเติงเทียน หลังจากฟังเสร็จเติงเทียนก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “เชิญเขาเข้ามาเถิด”
จากนั้นเติงเทียนก็หันไปเอ่ยกับลูเยียว่า “ท่านใต้เท้าลูยังจำเชียงหลิวเฟิงได้หรือไม่?”
ลูเยียพยักหน้า
เติงเทียนตบขาตัวเองที่หนึ่ง “เจ้าเด็กนี่ช่างมีวาสนาสูงส่งนัก ถึงกับไม่ตายในบริเวณหุบเหวโลหิตสายฟ้าเข้าเสียก่อน เก็บผลทองคำโลหิตหงส์หนึ่งผลจากต้นชิงถงศักดิ์สิทธิ์มาได้จริงๆ!”
เพิ่งจะสิ้นคำกล่าวก็เห็นด้านนอกตำหนักใหญ่มีชายคนหนึ่งกับลาหนึ่งตัวเดินเข้ามา ปรากฏว่าเป็นเชียงหลิวเฟิงจากตระกูลเชียงหลิวแห่งเผ่าโบราณและผู้พิทักษ์ของเขาลาสีดำ
เมื่อเห็นลูเยีย เชียงหลิวเฟิงก็ไม่สนใจสายตาของทุกคนที่นั่งอยู เขาคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุบ
“ข้าผู้มีความผิดเชียงหลิวเฟิง โชคดีที่ไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ได้เก็บผลทองคำโลหิตหงส์มาให้ท่านผู้อาวุโสลูแล้ว หวังว่าท่านจะรับไปด้วยความยินดี!”
กล่าวจบเขาก็ประคองกล่องหยกสีดำออกมาด้วยสองมือ
ที่น่าขันที่สุดคือลาสีดำตัวนั้นก็หมอบเขาทั้งสี่ลงกับพื้น ก้มศีรษะลงต่ำอย่างนอบน้อมเช่นกัน ผู้คนจากเผ่าปีศาจปีศาจต่างมองหน้ากันด้วยสายตาประหลาด พวกเขาคงเดาได้ว่าเหตุใดบุตรหลานตระกูลสูงศักดิ์อย่