เจ้าสำนักเวินซิ่วเจวี๋ยเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์อา สำนักของเราสามารถชนะในศึกประลองเดิมพันชีวิตนี้มาได้ ลู่เยี่ยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง แต่ท่าทีของท่านเมื่อครู่นี้ ช่างเผด็จการเกินไปแล้ว!”
ในใจนางรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
“หยกหากไม่เจียระไน ย่อมไม่อาจเป็นล้ำค่า”
บรรพชนซิงหลินกล่าวเสียงทุ้มลึกว่า “เขาสร้างชื่อเสียงโด่งดังต่อหน้าคนทั้งใต้หล้า ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเชิดหางตัวเอง หากไม่ขัดเกลาความหยิ่งผยองของเขาลงบ้าง มีแต่จะส่งผลเสียต่อเขาในภายหน้า!”
เหล่าผู้อาวุโสหลายท่านต่างชะงักไป ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่ง
“ขัดเกลา?”
เวินซิ่วเจวี๋ยขมวดคิ้ว “นับแต่ลู่เยี่ยเข้าสู่สำนัก เขาไม่เคยแสดงท่าทีโอหังจองหองแม้แต่คราเดียว นิสัยใจคอของเขานั้นสุขุมรอบคอบยิ่งนัก…”
บรรพชนซิงหลินโบกมือ “ผู้เยาว์ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยเยาว์ มักจะหลงระเริงได้ง่ายที่สุด ยามนี้ไม่เป็น ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าจะไม่เป็น พวกเจ้าอยากเห็นต้นกล้าชั้นเลิศต้นนี้เติบโตไปในทางที่ผิดเพี้ยนหรืออย่างไร?”
เวินซิ่วเจวี๋ยรู้สึกอึดอัดในอก ลู่เยี่ยเติบโตผิดเพี้ยนไปที่ใดกัน?