บรรพชนซิงหลินชี้ไปที่ตัวเอง “วันหน้า ข้าจะคอยเฝ้าจับตามองเจ้าอยู่ตลอดเวลา ยินยอมเป็นหินลับมีดเพื่อขัดเกลาจิตใจของเจ้าให้คมกล้า ป้องกันไม่ให้เจ้าหลงเข้าสู่หนทางที่ผิด”
ลู่เยี่ย “……”
เขาพลันรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที
การได้พบกับผู้อาวุโสที่มักจะพูดว่า ‘ข้าทำเพื่อประโยชน์ของเจ้า’ แต่กลับไม่สนใจความคิดความรู้สึกของเจ้าเลย มันช่างเป็นการทรมานคนเหลือเกิน
แต่ทว่าลู่เยี่ยไม่ได้โต้แย้ง
เขารู้ดีว่า เมื่อเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสประเภทนี้ ไม่ว่าตนเองจะพูดอะไรออกไป ก็ล้วนสูญเปล่าทั้งสิ้น
ณ ภายนอกเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่
เมื่อลู่เยี่ยและบรรพชนซิงหลินมาถึง อีกาหัวขาวอาจู่และราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณได้รอคอยอยู่นานแล้ว
“ท่านใต้เท้า!”
อีกาหัวขาวรีบเข้ามาต้อนรับเป็นคนแรก
ราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณก็ยิ้มแย้มก้าวเข้ามาคำนับทักทาย
ประสบการณ์ครั้งก่อนในเขตหวงห้ามลึกลับที่สี่ได้ทำให้นางเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อลู่เยี่ยไปโดยสิ้นเชิง
“ท่านบรรพชน ข้าจะแนะนำให้ท่านรู้จัก พวกเขา…”
“ไม่จำเป็น”
บรรพชนซิงหลินโบกมือพลางกล่าวว่า “เรื่องของราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณผู้เลื่องชื่อไปทั่วใต้หล้า มีหรือที่ข้าจะไม่รู้จัก?”