ฉินชิงหลีพยักหน้าอย่างว่าง่าย “อืม! จริงสิ เจ้าเองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ”
ลู่เยี่ยสงสัย “หมายความว่าอย่างไร?”
ฉินชิงหลีพึมพำเสียงเบา “ข้ากลัวว่าหญิงอื่นจะหมายปองร่างกายของเจ้า!”
ลู่เยี่ย “……”
อวิ๋นเป่ยเฉินทนดูไม่ไหวแล้ว มาแสดงความรักต่อหน้าต่อตากันเช่นนี้ ช่างเป็นการทำร้ายจิตใจกันยิ่งนัก!
ในวันนั้นเอง ฉินชิงหลีก็ออกเดินทางไปพร้อมกับอวิ๋นเป่ยเฉิน
เจ้าสำนักกระบี่เก้าสวรรค์เวินซิ่วเจวี๋ยและผู้อาวุโสต่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์ แต่พวกเขาก็เข้าใจดีว่าอาการบาดเจ็บของฉินชิงหลีไม่สามารถรอช้าได้อีก จึงได้แต่ตอบรับ
ที่จริงแล้ว พวกเขาทุกคนต่างล่วงรู้อยู่แก่ใจว่า ด้วยพรสวรรค์ของฉินชิงหลี ไม่ช้าก็เร็วนางย่อมต้องจากดินแดนแห่งนี้ไปสักวัน
เพียงแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วเช่นนี้
“ลู่เยี่ย นี่คือสิ่งของแทนตัวของตระกูลข้า หากวันหน้าเจ้าไปยังดินแดนหลิงชางก็มาหาข้าได้”
ก่อนจากไป อวิ๋นเป่ยเฉินส่งป้ายสลักให้แก่ลู่เยี่ย “เมื่อถึงยามนั้น ไม่ว่าตระกูลอวิ๋นแห่งเว่ยซานจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไร ข้าอวิ๋นเป่ยเฉินจะยังคงถือว่าเจ้าเป็นพี่น้องเสมอ!”
ฉินชิงหลีถอดเชือกสีแดงที่ผูกผมออกมอบให้ลู่เยี่ย “เจ้าคนบ้า ข้าไปก่อนนะ”