เซี่ยงป๋อฉวีค่อย ๆ หันตัวมาจ้องมองลู่เยี่ย “เจ้าไม่กังวลหรือว่าสักวันหนึ่ง เจ้าจะต้องเดินตามรอยลู่ซิงอี้?”
ลู่เยี่ยเม้มริมฝีปาก ดวงตาเปลี่ยนเป็นลึกล้ำเย็นชา ทว่ากลับยิ้มตอบว่า “นี่เป็นท่าทีของท่าน หรือเป็นท่าทีของทั้งราชวงศ์เซี่ยง?”
เซี่ยงป๋อฉวีหัวเราะ “มีความแตกต่างหรือ? พวกเราล่วงรู้มานานแล้วว่า องค์ชายใหญ่เคยแอบร่วมมือกับเจ้า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เคยช่วยเหลือตระกูลลู่ไว้มากมาย”
“แต่บัดนี้ องค์ชายใหญ่ถูกกักบริเวณแล้ว สูญเสียอำนาจและกำลังทั้งหมดไปสิ้น พร้อมจะรับทัณฑ์ทรมานที่รุนแรงกว่าเดิมได้ทุกเมื่อ!”
“เจ้าจะใจร้ายลืมตาดูให้องค์ชายใหญ่ต้องทุกข์ทรมานโดยไม่แยแสได้รึ?”
“อืม ใช่แล้ว”
เซี่ยงป๋อฉวีมีแววตาเจ้าเล่ห์ “ยังมีตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดินตระกูลเซี่ย พวกเขาให้ความสำคัญกับเจ้านัก ทว่า… ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่ง ตระกูลเซี่ยอาจต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่มิมิได้ก่อเพราะตัวเจ้าเป็นเหตุก็ได้”
ลู่เยี่ยสะกดกลั้นอารมณ์ที่อยากจะลงมือในทันทีพลางกล่าวว่า “พวกเจ้าราชวงศ์เซี่ยงต้องการทำอะไรกันแน่? ไม่เผยออกมาเสียทีหรือ!”