เซี่ยงป๋อฉวีมองไปที่ลู่เยี่ยหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “สำนักกระบี่เก้าสวรรค์อาจจะปกป้องเจ้าได้ แต่ไม่สามารถปกป้องสมาชิกทั้งหมดของตระกูลลู่”
เงียบไปครู่หนึ่ง เซี่ยงป๋อฉวีก็ไพล่มือไว้ด้านหลัง ทอดสายตามองทะเลหมอกเบื้องหน้าพลางกล่าวเสียงเรียบว่า “พวกเรารู้ดี ตระกูลลู่มีผู้แข็งแกร่งคอยคุ้มครอง แม้แต่บรรพชนขอบเขตแก่นศักดิ์สิทธิ์มาเยือน ก็ทำอะไรกับตระกูลลู่ไม่ได้”
“แต่ตระกูลลู่มีสมาชิกนับพันคน พวกเขาจะหลบซ่อนตัวอยู่ในตระกูลไม่ออกไปไหนทั้งชีวิตได้หรือ?”
ลู่เยี่ยเกิดความคิดสังหารผุดขึ้นในใจอย่างเงียบ ๆ
เขาเข้าใจแล้วว่า การข่มขู่ของราชวงศ์เซี่ยงคือสิ่งใด
เซี่ยงป๋อฉวียังคงชื่นชมหมู่เมฆที่เคลื่อนคล้อยพลางกล่าวอย่างไม่เร่งรีบว่า “ในอดีต ลู่ซิงอี้ก็โดดเด่นไม่ต่างจากเจ้า เขาเพียงคนเดียวก็สังหารเหล่าปีศาจทั่วหล้าจนเลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ ได้รับขนานนามว่าเป็นยอดเพชฌฆาตที่แข็งแกร่งที่สุดในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์”
“เมื่อเทียบกับลู่ซิงอี้ แม้ตอนนี้เจ้าจะสร้างความตื่นตะลึงไปทั่ว ทว่าหากกล่าวถึงชื่อเสียงและอิทธิพล ยังนับว่าห่างชั้นอยู่อีกมาก”
“และตอนนี้ เจ้าก็รู้แล้วว่าลู่ซิงอี้ได้หายตัวไปอย่างลึกลับเช่นนั้น”