งคนนั้นทันที จากนั้นพานอวิ๋นจงก็มองไปที่มูเทียนเย่ด้วยสายตาเยียบเย็น
“นับว่าคนผู้นี้พ่ายแพ้แล้ว เช่นนั้นได้หรือไม่?”
มูเทียนเย่มองไปที่เวินชิวเจวีย เวินชิวเจวียพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นมูเทียนเย่จึงอนุญาต
มาถึงจุดนี้ ลู่เยี่ยชนะติดต่อกันเก้าครั้ง ช่วยสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ชนะการประลองเดิมพันชีวิตในขอบเขตตำหนักวิญญาณได้สำเร็จ!
บรรดาผู้อาวุโสจากหลายสำนักต่างพากันลอบถอนหายใจว่า หากสำนักของตนมีศิษย์เช่นลู่เยี่ย ท่านบรรพจารย์คงจะหัวเราะตื่นขึ้นมาจากโลงศพอย่างแน่นอน
เมื่อลู่เยี่ยเดินลงจากลานประลอง มูเทียนเย่ก็ประกาศว่าต่อไปจะเป็นการประลองขอบเขตแท่นทองคำ
“เนี่ยเหวินชวน เจ้าไปเถิด จงทำให้สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ชดใช้หนี้เลือดด้วยเลือด!” ต้วนชิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน
ทันใดนั้น ทุกคนต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นว่า เนี่ยเหวินชวนปรากฏกายขึ้นบนลานประลองแล้ว
“คนผู้นี้ไม่ได้ถูกทำลายพลังบำเพ็ญไปแล้วหรอกหรือ?”
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“หรือว่าข่าวลือจะผิดพลาด?”
ทั่วทั้งลานประลองตกอยู่ในความสับสนและเสียงฮือฮาดังระงม ตามข่าวลือ เนี่ยเหวินชวนบุตรศักดิ์สิทธิ์ของสำนักเต๋าหลิงซู ถูกทำลายพลังบำเพ็ญไปแล้วตั้งแต่การต่อสู้ในหุบเขาสมุนไพรวิญญาณ ใครจะคาดคิดว่าวันนี้เขาจะปรากฏตัวในฐานะตัวแทนของสำนักเต๋าหลิงซูเพื่อเข้าร่วมการประลองในขอบเขตแท่นทองคำ?
“มีอะไรไม่ชอบมาพากล!”
เวินชิวเจวีย วานก