ามารถเพิกเฉยต่อศิษย์พี่เยว่ได้ เขาจึงลืมตาขึ้นทันทีและกล่าวว่า “ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวลใจ ยิ่งมีเรื่องไม่คาดคิด ข้ายิ่งรู้สึกยินดี”
เมื่อเยว่หนิงจือเห็นเช่นนั้นจึงไม่พูดอะไรอีก ความมั่นใจของผู้ฝึกดาบมักจะแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวผ่านคำพูดเพียงประโยคเดียว และเยว่หนิงจือสัมผัสได้ว่า ความมั่นใจของลู่เยี่ยนั้นถึงขั้นที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจต่อผู้ใดที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันแล้ว!
เมื่อคิดดูแล้วก็เป็นเช่นนั้น บุตรศักดิ์สิทธิ์เนี่ยเหวินชวนแห่งสำนักเต๋าหลิงซูนั้น เป็นหนึ่งในบุคคลชั้นเลิศที่ยอดเยี่ยมที่สุดในขอบเขตแท่นทองคำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อศิษย์น้องลู่ไม่ใช่หรือ?
“ศิษย์พี่เยว่ ครั้งนี้ท่านต้องเข้าร่วมการประลองขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือไม่?” ลู่เยี่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน
เยว่หนิงจือตอบ “อืม ข้าไม่กลัวความตาย กลัวเพียงแต่จะทำให้สำนักต้องอับอายขายหน้า”
ลู่เยี่ยชะงักไป สัมผัสได้อย่างฉับไวว่า เมื่อต้องเผชิญกับการประลองเดิมพันชีวิตในครั้งนี้ แม้แต่ศิษย์พี่เยว่ผู้เป็นเสมือนต้นกำเนิดดาบโดยกำเนิด ก็ยังรู้สึกกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
เยว่หนิงจือกล่าวขึ้นอย่างกะทันหัน “ข้าลืมบอกเจ้าไป เมื่อครู่นี้เจ้าสำนักได้เปลี่ยนใจกะทันหัน ผู้อาวุโสใหญ่ก็จะเข้าร่วมการต่อสู้ในขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ด้วย”
ผู้อาวุโสใหญ่! ลู่เยี่ยชะงักค้าง
เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่านี่หมายความว่าอย่างไร? เพื่อสำนัก ผู้อาวุโสใหญ่ไ