ด้เตรียมพร้อมที่จะสละชีพในสนามรบแล้ว ในชั่วขณะนั้นลู่เยี่ยมีความรู้สึกพลุ่งพล่าน เต็มไปด้วยความรู้สึกสะท้อนใจมากมาย นี่ก็คือสำนักกระบี่เก้าสวรรค์!
ภายในสำนักแม้จะมีการแก่งแย่งชิงดีกัน แต่เมื่อเผชิญกับวิกฤตกลับรวมใจเป็นหนึ่งเดียวต่อต้านศัตรูภายนอก! สำนักเช่นนี้จะทำให้ผู้คนไม่ชอบได้อย่างไร?
“หากศิษย์น้องชิงหลีออกจากการปิดด่าน เพียงแค่ชนะการแข่งขันในขอบเขตตำหนักวิญญาณและขอบเขตแท่นทองคำ พวกเราก็ชนะแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ขอบเขตหลอมรวมศักดิ์สิทธิ์ลงมือเลย” เยว่หนิงจือกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงจนใจอยู่บ้าง
การปิดด่านของฉินชิงหลีในครั้งนี้มีความพิเศษมาก เพราะเป็นการปลุกพรสวรรค์ในสายเลือดของนาง จึงไม่อาจมีการรบกวนใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้แน่ใจว่านางสามารถปิดด่านฝึกฝนได้อย่างสงบ บรรพชนขอบเขตแกนศักดิ์สิทธิ์ของสำนักจึงเฝ้าอยู่นอกถ้ำพักของนางมาตลอด!
“ศิษย์พี่เยว่วางใจได้ สำนักกระบี่เก้าสวรรค์ของพวกเราจะไม่แพ้อย่างแน่นอน” ลู่เยี่ยกระซิบเบาๆ
กัง… เสียงระฆังทุ้มหนักดังก้องที่ยอดเขาสองจันทรา เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดเงียบลง ขณะที่สายตาทุกคู่มองไปที่ลานประลองขนาดหนึ่งร้อยจั้งซึ่งตั้งอยู่กลางยอดเขา
ถึงเวลาแล้ว การประลองเดิมพันชีวิตระหว่างสำนักเต๋าหลิงซูและสำนักกระบี่เก้าสวรรค์ กำลังจะเริ่มขึ้นบนลานประลองแห่งนี้!
ผู้รับผิดชอบดำเนินพิธีประลองในครั้งนี้คือ ‘มูเทียนเย่’ เจ้าสำนักดาบพันราตรี ผู้อาวุโสจากสำนักอื่น