บิดาของเติงเทียนปิดบังความตกตะลึงไม่มิดพลางพึมพำว่า “ได้รับความเคารพจากอาจู่ถึงขั้นเป็นท่านใต้เท้า ทั้งยังได้รับความสำคัญจากมหาปุโรหิตอี้เทียน ลู่เยี่ยคนนี้… ช่างเหนือธรรมชาติถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เติงเทียนถอนหายใจ “หากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง ข้าก็คงไม่คิดว่าจะมีเทพเซียนเช่นนี้อยู่ในโลก!”
“ขอบเขตตำหนักวิญญาณ ช่างเป็นขอบเขตที่อ่อนแอเหลือเกิน แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น ก็ยิ่งทำให้ผู้คนตกตะลึง ไม่ใช่หรือ?”
บิดาของเติงเทียนขมวดคิ้ว “ในเรื่องมารยาท เจ้าได้ละเลยลู่เยี่ยคนผู้นี้ไปหรือไม่?”
“ไม่มีทางเด็ดขาด!”
เติงเทียนชี้นิ้วที่จมูกตัวเองอย่างภาคภูมิใจแล้วกล่าวว่า “และตอนนี้ข้าได้รับการแต่งตั้งจากลู่เยี่ยให้เป็นคนกลางในการติดต่อแล้ว มีอำนาจเต็มในการติดต่อประสานงานกับจงหลี่ซีจากเผ่าโบราณแห่งแดนรัตติกาลลึกลับ!”
ปัง!
ทันใดนั้น บรรพชนหลิงเจินก็ตบโต๊ะหยกตรงหน้าแตกด้วยฝ่ามือเดียว แล้วเอ่ยทีละคำว่า “ลู่เยี่ยผู้นี้มีปัญหาอย่างแน่นอน!”
เติงเทียนและบิดาต่างตกใจ มองหน้ากันไปมา มีปัญหาอย่างนั้นหรือ?