งพอนสีม่วง และวัวไฟ ต่างก็ไม่พอใจ พวกเขาตำหนิผู้คุ้มครองทั้งสามคนนั้น และบังคับให้พวกเขายอมรับผิดและสำนึกผิด
“ท่านใต้เท้า การกระทำของเติงเทียนเช่นนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ?”
อีกาหัวขาวส่งเสียงกระแสจิต “อย่างไรเสีย ผู้คุ้มครองเหล่านั้นก็ไม่ใช่คนของเขา และข้าก็ไม่คุ้นเคยกับพวกเขา ข้าก็ไม่อาจบังคับให้คนเหล่านั้นเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อเรื่องของข้าได้”
ลู่เยี่ยกล่าวอย่างไม่แสดงสีหน้า “เจ้าไม่เห็นหรือ เติงเทียนกำลังแสดงท่าทีต่อเจ้า ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อเรื่องของเจ้า ถึงขนาดยอมเสี่ยงขัดใจผู้คุ้มครองทั้งสามคนนั้น!”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ลู่เยี่ยเอ่ยกำชับว่า “เจ้าอย่าไปเป็นคนไกลเกลี่ยเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะทำให้เติงเทียนเสียใจ”
อีกาหัวขาวถึงได้ตระหนักว่า ใต้เท้าลู่นี่แหละที่มีสายตาเฉียบแหลม สามารถมองเห็นแก่นแท้ของเรื่องได้ในชั่วพริบตา!
เมื่อมองดูท่าทีโกรธเคืองของเติงเทียนอีกครั้ง สายตาของอีกาหัวขาวก็เปลี่ยนไปแล้ว น้องชายคนนี้ช่างเก่งกาจนัก! เดี๋ยวต้องกลับไปพูดดีกับบรรพชนของเขาสักหน่อย ต่อไปก็สามารถเชิญเขามาเป็นแขกที่บ้านได้ด้วย
ต่อหน้าสายตามากมาย ผู้คุ้มครองทั้งสามท่านล้วนกล่าวคำขอโทษ
ไม่มีใครรู้ว่าในใจของพวกเขามีความคับแค้นหรือขุ่นเคืองใจหรือไม่ เพียงแต่รู้ว่าพวกเขาไม่ว่าจะโกรธเพียงใด ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของนายน้อยของพวกเขาแต่ละคน ยิ่งไม่กล้าที่จะไปล่วงเกินเติงเทียน!
เติงเทียนหันกลับมามองผู้คุ