ู่ในห้วงสุญญตา มองมหาพิภพนิลเหลืองอันกว้างใหญ่ตระการตาตรงหน้าเขาราวกับอยู่คนละโลก เขาหันกลับไปมองอีกครั้งกลับไม่เห็นเงาร่างของร่างจำแลงเทพอีกต่อไป ท่านเหยียนสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งพยายามข่มอารมณ์ในใจ แต่เดิมคิดจะมาโลกเบื้องล่างเพื่อเก็บเกี่ยวสักหน่อย ไม่นึกเลยว่าจะได้ของใหญ่ขนาดนี้
ท่านเหยียนหัวเราะเย้ยตนเอง เดิมทีเขาได้ยินว่าโลกยุทธ์กำลังแข่งขันแย่งชิง จึงอยากฉวยโอกาสนี้ดูดกลืนโลกยุทธ์ที่กำลังจะถูกทำลายให้กลายเป็นพลังของตน เขาเป็นคนรอบคอบไม่ไปยั่วยุศัตรูที่แข็งแกร่งมากนัก แต่เพราะเป็นเช่นนี้เขาถึงได้พบกับมรรคาจารย์ที่ไม่ยอมปิดบังตนอีกต่อไป
หากเขารีบไปถึงโลกยุทธ์ไทฮวงก่อน แล้วคิดจะทำลายโลกยุทธ์ไทฮวง ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรกัน เขาไม่กล้าคิด แต่เขาเชื่อว่ามรรคาจารย์จะไม่มีทางปรานีต่อศัตรูแน่
“ไม่ว่าจะอย่างไร นี่คือโอกาสของเผ่าเหยียน!” แววตาท่านเหยียนแน่วแน่ ทันใดนั้นก็บินตรงไปยังมหาพิภพนิลเหลือง เขาราวกับฝุ่นละอองเม็ดหนึ่งที่บินไปยังจักรวาลอันเวิ้งว้างไร้ขอบเขต ไม่นานก็หายไปไร้ร่องรอย ช่างเล็กจ้อยนักไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง
ฝุ่นผงเม็ดหนึ่งตกสู่มหาสมุทร แม้จะไร้ความหมาย แต่ใช่ว่าจะไมอาจก่อคลื่นพายุลูกใหญ่ได้
นับตั้งแต่เจียงจื๋ออวี้ขึ้นเป็นจักรพรรดิสวรรค์ กฎระเบียบของแดนสวรรค์ก็เคร่งครัดยิ่งขึ้น อย่างไรก่อนหน้านี้เจียงฉางเชิงก็ไม่สนใจ ส่วนฮองเฮาตระกูลหยางของเขาก็กลายเป็นจักรพรรดินีสวรรค์ค