จรได้ไม่นาน แต่เขาก็รู้ว่านี่จะเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่ ในเมื่อผู้ที่เข้าสู่มหาพิภพจิตจรมีเพิ่มมากขึ้นไม่หยุด เครือข่ายและพื้นฐานวิชายุทธ์ก็จะเติบโตไม่รู้จบ หากเผ่าเหยียนพลาดไปก็น่าเสียดายเกินไปแล้ว
“หากต้องการเข้าสู่มหาพิภพจิตจร ต้องภักดีต่อข้า เชื่อมั่นในข้า ศรัทธาในข้าจากใจจริง ก็ย่อมเข้าสู่มหาพิภพจิตจรได้เอง สิ่งที่เจ้าต้องทำคือเผยแผ่วิถีเซียนเงียบๆ เพื่อดึงดูดผู้คนเข้าสู่มหาพิภพจิตจรให้มากขึ้น หากเจ้าทำได้ดี วันหน้าในบัญชีสถาปนาเทพก็จะมีที่ให้เผ่าเหยียนจารึกชื่อในฐานะเทพประจำ เป็นอมตะนิรันดรกาล”
เจียงฉางเชิงนั่งอยู่บนบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา พูดอย่างสงบนิ่ง แต่ท่านเหยียนฟังแล้วกลับไมอาจสงบนิ่งได้เลย เขาไมอาจเข้าใจว่ามรรคาจารย์ตัดสินความจงรักภภักดีของผู้อื่นต่อตนเองอย่างไร ยิ่งไมอาจเข้าใจว่ามรรคาจารย์พาเหล่าสรรพชีวิตมากมายเข้าสู่แดนแห่งความฝันได้อย่างไร ไม่เข้าใจย่อมหมายถึงระดับที่ห่างชั้นกันอย่างยิ่ง!
มรรคาจารย์ผู้นี้ย่อมเป็นบรรพจารย์แห่งเซียนทั้งปวงโดยแท้!
“รอเจ้าเตรียมตัวพร้อม ข้าจะส่งเจ้าถึงชายขอบห้วงสุญญตา เจ้ากลับไปเองก็แล้วกัน”
“มรรคาจารย์ โปรดให้เวลาข้าครึ่งวัน ข้าจะไปชี้แจงสักหน่อย ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาข้าช่วยสนับสนุนจักรพรรดิเทียนจิ่งองค์ปัจจุบันให้ดี”
“อืม”
เจียงฉางเชิงสลายหายไปพร้อมกับบัลลังก์เทพสวรรค์มหามรรคา ท่านเหยียนกระโจนลงจากขอบเมฆ
หนึ่งวันต่อมา ท่านเหยียนลอยตัวอย