ลู่เยี่ยคิดในใจ แล้วนำแผ่นป้ายหยกสีเขียวมาถือไว้ในมือ พลางพึมพำว่า “คนผู้นั้นที่ทำให้เจ้าสำนักของพวกเจ้าต้องตาย ข้าได้สังหารเขาแล้ว หากเจ้ามีวิญญาณอยู่ ก็อย่าได้มาทำร้ายข้าเลย”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็ก้มตัวลง เตรียมจะทำลายรากของต้นไม้นี้ เพื่อดูว่ามันมีแก่นแท้ปราณไม้แรกกำเนิดอยู่จริงหรือไม่
“ขอบคุณ”
ทันใดนั้น เสียงที่ลอยมาอย่างแผ่วเบาและอ่อนแรงก็ดังขึ้นข้างหูลู่เยี่ย
ใครกัน?
ใจของลู่เยี่ยสั่นสะท้าน ร่างกายแข็งเกร็ง เหลียวมองไปรอบด้าน
ไม่นานนัก เสียงที่แผ่วบางอ่อนแรงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ข้าคือวิญญาณส่วนหนึ่งของ ‘ต้นไม้อมตะ’ นี้ แก่นแท้ของข้าถูกทำลายไปนานแล้ว”
“เมื่อครู่ที่ปีศาจกู่พิษเผาใจพยายามควบคุมแผนภาพหมุนเวียนเก้าความตาย จึงปลุกข้าให้ตื่นขึ้น”
“น่าเสียดายที่วิญญาณส่วนนี้ของข้าก็ใกล้จะสลายไปแล้ว ไม่อาจพบกับสหายเต๋าได้”
ลู่เยี่ยจึงเข้าใจในที่สุด ที่แท้ผู้ที่พูดคุยกับตนเองกลับเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยปราณแห่งความตายที่อยู่ตรงหน้าเขานั่นเอง
แน่นอนว่าลู่เยี่ยเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับ ‘ต้นไม้อมตะ’ มาก่อน
นี่คือหนึ่งในสิบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน!