้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ต่างตกตะลึง
เนี่ยเหวินชวน เซี่ยงเจียนซง และคนอื่นๆ ก็อึ้งไปเล็กน้อย เกือบจะสงสัยว่าตนเองได้ยินผิดไป
“คนผู้นั้นเสียสติไปแล้วหรือ?”
“ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ ยอมรับโทษเองแทนที่จะให้สำนักกระบี่เกาสวรรค์และคนอื่นๆ พลอยเดือดร้อนไปด้วย”
“ใครจะไปจัดการเขา? แค่คนที่อยู่ในขอบเขตตำหนักวิญญาณเท่านั้น ข้ายิ่งไม่สนใจจะให้เขาพ่ายแพ้ในมือข้าเลย!”
เสียงต่างๆ ดังขึ้น มีทั้งความประหลาดใจ ความดูถูก และความเหยียดหยาม
เหมิงฮาว อวี๋อี และคนอื่นๆ พยายามอดกลั้นความอยากหัวเราะอย่างสุดกำลัง ก่อนจะลงมือปฏิบัติตามคำสั่งของลูเยี่ย
ในที่สุดเหลือเพียงลูเยี่ยเพียงคนเดียว ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างโดดเดี่ยว ดูอ่อนแอเป็นพิเศษ
“สังหารไก่ไยต้องใช้มีดฆ่าวัว ศิษย์พี่ทั้งหลายให้ข้าลงมือเถิด”
จากทางฝั่งสำนักเต๋าหลิงซู มีชายร่างผอมสูงเดินออกมา
“ขอให้สหายจากสำนักเต๋าหลิงซูโปรดรอสักครู่”
ทางฝั่งราชวงศ์เซี่ยง ชายสวมอาภรณ์สีเงินคนหนึ่งเข้ามาขัดขวาง
“จัดการแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตตำหนักวิญญาณคนเดียว ข้าจัดการเองก็พอ”
เสียงของชายสวมอาภรณ์สีเงินยังกึกก้องกังวานไม่ทันจางหายไป เขาก็พุ่งทะยานออกไปแล้ว ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะแย่งความดีความชอบไปเสียก่อน แสงสีทองม้วนตัวพลุ่งพล่านราวกับฟ้าร้องคำรามกึกก้อง
ชายสวมอาภรณ์สีเงินไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด พอลงมือก็ใช้เจตจำนงศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาวิถีทันที ท่ามกลางฝ่า