ไม่พอใจลู่เยี่ยอย่างข้า สามารถมาได้เลย ขารับรองว่าจะสู้จนถึงที่สุด”
“สามวันต่อจากนี้รึ?”
ชายชุดคลุมหยกเยาะเย้ย คิดว่าลู่เยี่ยจงใจถ่วงเวลา
“เจ้าต้องผ่านด่านของข้าไปก่อนแล้วค่อยพูด!”
เขาก้าวออกไปก้าวหนึ่ง ร่างกายเคลื่อนไหวดังภูตผี ปรากฏตัวอย่างฉับพลันต่อหน้าลู่เยี่ย
มือขวาของเขาชี้นิ้วราวกับดาบ ได้แทงไปยังจุดกลางคิ้วของลู่เยี่ย
ปลายนิ้วเปล่งประกาย ปล่อยแสงดาบออกมา คมกริบไร้เทียมทาน
ลู่เยี่ยยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ ไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วของชายชุดคลุมหยกหยุดลงจุดกลางหว่างคิ้วของลู่เยี่ย เขากล่าวด้วยความโกรธเคือง
“เหตุใดไม่โต้กลับ? ตกใจกลัวจนเสียสติแล้วหรือ?”
“ท่านก็ไม่กล้าลงมือจริงๆ หรอก ข้าจำเป็นต้องโต้กลับด้วยหรือ?”
ลู่เยี่ยตอบอย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เขายกมือขึ้นปัดนิ้วของชายชุดคลุมหยกออกไป แล้วกล่าวอย่างจริงจัง
“คืนนี้พวกท่านสามารถลงมือได้เต็มที่ ข้าขอสัญญาวาจะไม่ตอบโต้เด็ดขาด แต่…พวกท่านมีหน้าที่ที่จะทำเช่นนั้นหรือไม่?”
ชายชุดคลุมหยกตกตะลึง คนผู้นี้ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน!
หากตนเองไม่สนใจสิ่งใดจริงๆ แล้วลงมือทำร้ายเขาสักหน่อย คนทั้งสำนักจะมองตนเองเช่นไร?
ลู่เยี่ยยิ้มพลางกล่าว
“ศิษย์พี่ท่านนี้ ข้ารู้ว่าท่านไม่พอใจข้า สามวันต่อจากนี้ ข้าอนุญาตให้ท่านเป็นคนแรกที่พ่ายแพ้ในมือข้า”
กล่าวจบ ลู่เยี่ยก็ไพล่มือไว้ด้านหลัง แล้วเดินอย่างสบาย ๆ เข้าไปในเรือนเมฆาเขียว
ชายชุดคลุมหยกโกรธจนอ