ยากจะทุบตีคน
แต่ความสง่างามและหลักการของเขาทดให้เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เจตนาสังหารอันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันเบื้องหลังลู่เยี่ย
แต่กลับเห็นชายในอาภรณ์สีเทาที่นั่งยอง ๆ ดื่มสุราอยู่บนพื้นได้พุ่งตัวขึ้นมาแล้วโจมตีไปที่ลู่เยี่ย
เขามีกลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มือขวาร่ายเคล็ดวิชา พลังเจตจำนงดาบที่เดือดพล่านและหนาวเหน็บได้รวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งระหว่างฝ่ามือ
ในชั่วพริบตา เขาก็มาอยู่ที่ด้านหลังลู่เยี่ยและปลดปล่อยการโจมตีออกไป
ม่านตาของชายชุดคลุมหยกหดเล็กลง
เหมิงฮาวตึงเครียดไปทั้งร่าง
ไม่ว่าจะเป็นใครที่เผชิญหน้ากับการลอบสังหารอย่างกะทันหันเช่นนี้ สัญชาตญาณย่อมทำให้เกิดการป้องกันและตอบโต้
แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายคือ ลู่เยี่ยกลับเหมือนไม่ได้สังเกตเห็น เดินหน้าต่อไปด้วยท่าทีปกติ
ไม่เคยหันกลับมา
ฝีเท้าก็ไม่มีการหยุดซะงักแม้แต่น้อย
และในช่วงเวลาคับขันนี้ ชายในอาภรณ์สีเทาสุดท้ายก็จำต้องยอมถอนมือไป
ตูม!
เจตจำนงดาบที่รวมตัวกันในฝ่ามือขวาของเขาฟันลงไปบนพื้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยแตกสามฉื่อ เศษหินแตกกระเด็น ดอกไม้และต้นหญ้าหักโค่น
ชายชุดคลุมหยกที่มองดูฉากนี้อยู่ไกล ๆ อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ลู่เยี่ยผู้นี้ช่างแข็งกร้าวเสียจริง ไม่มีความคิดที่จะตอบโต้เลยแม้แต่น้อย!
เหมิงฮาวถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
บัดซบ! ไม่ได้ทำให้ลู่เยี่ยตกใจ แต่กลับทำให้ข้าตกใจแทบแย่!
“ศิษย์พี่ท่านนี้ ดอกไ