ุดคลุมหยกถอนหายใจ
“เจ้าคนนี้ช่างเป็นคนน่าสนใจจริงๆ สามวันหลังจากนี้ หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้ายินดีที่จะยอมรับว่า เจ้ามีคุณสมบัติที่จะพักในเรือนเมฆาเขียว”
ลู่เยี่ยกล่าวว่า
“หากศิษย์พี่มีเวลาว่าง ขอให้ช่วยนำคำพูดของข้าในคืนนี้ไปบอกต่อด้วย ผู้ใดที่ไม่พอใจ อีกสามวันให้หลังก็มาหาข้าได้ หากเลยเวลากำหนดจะไม่รออีก!”
ชายชุดคลุมหยกมองลู่เยี่ยอย่างลึกซึ้ง
“ช่างกล้าหาญ!”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป
เขาเข้าใจอย่างคลุมเครือว่าเหตุใดลู่เยี่ยจึงยืนกรานที่จะประลองในอีกสามวันให้หลัง
‘ศิษย์ของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์แต่ละคนล้วนมีศักดิ์ศรีและคุณธรรมเป็นของตนเอง อย่างน้อยก็ไม่ใช่พวกไร้สมองที่ชอบหาเรื่องโดยไม่มีเหตุผล’
ลู่เยี่ยคิดในใจ
บางทีนี่อาจจะเป็นรากฐานที่แท้จริงของสำนักกระบี่เก้าสวรรค์
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน หากศิษย์ในสำนักมีทั้งคนดีและคนเลว วุ่นวายไร้ระเบียบ ก็คงจะเสื่อมถอยไปนานแล้ว
แตนั่นไม่ได้หมายความว่าภายในสำนักกระบี่เก้าสวรรค์จะกลมเกลียวกันดี
ก่อนหน้านี้ที่ห้องโถงใหญ่ของสำนัก บรรพชนหลินชวนได้กล่าวด้วยตนเองว่า การแข่งขันและความขัดแยงภายในสำนัก ตราบใดที่ไม่ถึงขั้นมีคนตาย พวกเขาเหล่าคนแก่เหล่านั้นก็จะเข้าไปยุ่ง!
การปรากฏตัวของชายชุดคลุมหยกและชายในอาภรณ์สีเทาในคืนนี้ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงเรื่องนี้แล้ว
“ศิษย์น้องลู่นี่เก่งจริงๆ!”
เหมิงฮาวยิ้มพลางเดินเข้ามา
“ข้านึกว่าค