ณะนั้น แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสก็ยังรู้สึกอิจฉาเล็กน้อยไม่ได้
ลู่เยี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่กลับปฏิเสธ “ขออภัย มหาวิถีของข้า ข้าจะก้าวเดินด้วยตัวเอง และยังไม่ประสงค์จะรับใครเป็นอาจารย์ในตอนนี้!”
ทุกคนต่างประหลาดใจ เจ้าหนุ่มคนนี้คงไม่รู้กระมังว่าการได้เป็นศิษย์ของบรรพชนหลินชวนนั้นหมายความว่าอะไร?
บรรพชนหลินชวนก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก “เจ้าคิดว่าข้าสอนเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
ลู่เยี่ยคิดในใจว่า ตอนที่อยู่ในสนามรบนอกอาณาเขตกับเหล่าผู้อาวุโสระดับบรรพจารย์เหล่านั้น ทุกคนต่างเรียกข้าว่าพี่น้อง ไม่มีใครคิดจะรับข้าเป็นศิษย์เลย
หากข้ารับท่านเป็นอาจารย์ แล้วบรรดาพี่น้องที่เป็นบรรพจารย์แห่งดินแดนหลิงชางจะรู้สึกอย่างไร?
หลังจากพิจารณาคำพูดอย่างรอบคอบ ลู่เยี่ยก็กล่าวว่า
“ผู้น้อยเพิ่งเข้าสู่สำนัก การได้รับความเมตตาจากท่านผู้อาวุโสก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้ว แต่เรื่องนี้สำคัญมาก ผู้น้อยจึงไม่กล้ารับปากโดยไม่ไตร่ตรอง ขอท่านผู้อาวุโสโปรดถอนคำพูดด้วยเถิด!”
บรรพชนหลินชวนมองดูลู่เยี่ยอย่างลึกซึ้ง จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา “ดี! มีความทะนงในกระดูกอยู่ไม่น้อย ไม่เลว! เช่นนั้นก็เอาไว้พูดกันภายหลัง”
เมื่อคิดได้ดังนั้น บรรพชนหลินชวนหยิบกล่องดาบสีดำยาวเพียงเจ็ดชุนออกมาจากแขนเสื้อ แล้วกล่าวว่า
“นี่คือกล่องดาบที่ข้าได้มาโดยบังเอิญตอนที่ออกผจญภัยในเขตหวงห้ามลึกลับในวัยหนุ่ม ข้างในมีดาบวิเศษอยู่เล่มหนึ่ง นับว่าเป็นข