เขาเพิ่งจะเข้าร่วมสำนักเท่านั้น ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ แล้วคิดจะเอาตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้วหรือ?”
ในทันใดนั้น ลู่เยี่ยก็เหมือนได้แหย่รังต่อ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และโจมตีมากมาย
พวกผู้อาวุโสที่อยู่ในที่นี้ต่างก็แอบตกใจ ไม่คาดคิดว่าลู่เยี่ยจะบ้าระห่ำถึงเพียงนี้!
“ลู่เยี่ย เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ง่ายเกินไปแล้ว”
เวินซิวเจวี๋ยกล่าวว่า
“มีเพียงศิษย์หลักของสำนักเท่านั้นที่จะมีโอกาส แต่ก็ยังต้องผ่านการทดสอบและการแข่งขันต่าง ๆ อีกมากมาย”
ปีศาจเฒ่าคนหนึ่งเสริมว่า
“แม้ว่าจะผ่านการทดสอบและการแข่งขันทั้งหลายแล้ว ก็ยังไม่พอ เพราะตำแหน่งบุตรศักดิ์สิทธิ์นั้นมีความสำคัญพิเศษ เหมือนกับการที่จักรพรรดิในโลกมนุษย์แต่งตั้งรัชทายาท ซึ่งมีผลกระทบต่อสถานการณ์ของทั่วทั้งใต้หล้า จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ”
หลังจากนั้น ปีศาจเฒ่าหลายคนก็ทยอยกันเอ่ยปาก เพื่อเตือนลู่เยี่ยไม่ให้รีบร้อน
พวกเขาไม่ได้ตั้งใจขู่เข็ญลู่เยี่ยแต่ประการใด เพียงแต่เนื่องจากมีข้อกำหนดที่เคร่งครัดหลายประการ
ประการแรก ผู้ที่จะเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องสร้างคุณูปการยิ่งใหญ่ไม่เคยมีมาก่อนให้แก่สำนัก!
ประการที่สอง ต้องได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสทั้งหมด
ประการที่สาม ต้องรักษาตำแหน่งหนึ่งในสามอันดับแรกในการประลองมหาวิถีของเจ็ดสำนักใหญ่แห่งต้าเฉียน
และนี่ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อได้รับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ ลู่เยี่ยจึงตระหนักว่