้ว่าทำไมแม้แต่ชื่อก็เหมือนเป็นสิ่งต้องห้าม ทำให้ผู้คนไม่อาจจดจำได้
ชายในอาภรณ์สีเขียวจากไปแล้ว
เพียงก้าวเดียว เขาก็หายลับไป ไม่เหลือร่องรอยใดๆ ทิ้งไว้เลย
ในเวลาเดียวกัน เหนือสรวงสวรรค์ทั้งปวงที่ห่างไกลกันไร้ขอบเขตในห้วงจักรวาลอันไพศาล
พลังเจตจำนงที่เป็นของชายในอาภรณ์สีเขียวผู้นั้นได้กลับคืนสู่ร่างหลักของเขา
ในพริบตา ร่างหลักของชายในอาภรณ์สีเขียวก็รับรู้ถึงทุกสิ่ง
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเขตหวงห้ามลึกลับที่หกตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ก็ถูกเขารับรู้ได้อย่างชัดเจน
แต่มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่ทำให้ชายในอาภรณ์สีเขียวรู้สึกแปลกประหลาด
นั่นคือ เมื่อเขาใช้พลังบำเพ็ญเต๋าของร่างหลักไปทำนายทุกอย่างเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่ชื่อ ‘ลูเยี่ย’ เขากลับยังคงไม่สามารถทำนายได้ว่าความลึกลับที่พูดไม่ได้อธิบายไม่ชัดบนตัวเด็กหนุ่มคนนั้นคืออะไร!
“แปลกยิ่งนัก ในร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ เขามีพลังชนิดหนึ่งที่แม้แต่ข้าก็ไม่อาจมองทะลุได้อยู่อย่างนั้นหรือ?”
ชายในอาภรณ์สีเขียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“หากมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งในภายหน้า ค่อยลองดูอีกทีเถิด!”
เมื่อพลังเจตจำนงของชายในอาภรณ์สีเขียวสลายไป ลูเยี่ยก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นส่งออกไปนอกเทือกเขาเฉียนเฟ็ง เขาจึงพบว่าตนเองปรากฏอยู่ใต้ต้นหม่อนเก่าแก่ต้นนั้น
ไม่เพียงแต่พี่ชายลูเซียว เหล่าเก้า และเฒ่าจ้าวเท่านั้น
เมื่อมองไปที่เทือกเขาเฉียนเฟ็งที่อยู่ไกลออก