ไป มันยังคงถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดในยามค่ำคืน และสมบูรณ์ไร้ที่ติ
ราวกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงความฝันอันน่าตื่นเต้นเท่านั้น
“แปลกจริง ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
เหล่าเก้าตื่นขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
“หรือว่าที่นี่คือดินแดนลับของบรรพบุรุษตระกูลลูของพวกเจ้าหรือ?”
เฒ่าจ้าวก็ตื่นขึ้นเช่นกัน เมื่อมองเห็นเทือกเขาเฉียนเฟ็ง เขารู้สึกตัวทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“หลังจากพวกเราเข้าไปในประตูแห่งดวงดาวนั้นแล้วก็สลบไปหรือ?”
ใต้ต้นหม่อนเก่าแก่ หญิงชราก็ตื่นขึ้นเช่นกัน
นางมองไปยังอาภรณ์เก่าๆ ในมือ แล้วหันไปมองลูเยี่ย เหล่าเก้า และเฒ่าจ้าวทั้งสามคน
“พวกเจ้ามาตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
ปฏิกิริยาของทั้งสามคนล้วนแปลกประหลาดยิ่งนัก ราวกับว่าพวกเขาได้ลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปแล้ว
ลูเยี่ยนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่ชายในอาภรณ์สีเขียวได้กล่าวไว้ก่อนจากไป
“สหายตัวน้อย เรื่องราวในวันนี้ มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถจดจำได้”
“แต่จงจำไว้ว่าอย่าได้แพร่งพรายออกไป มิเช่นนั้น พี่ชายเจ้าจะประสบกับภัยพิบัติที่ไมอาจแบกรับได้!”
แต่ในยามนี้ ลูเยี่ยถึงได้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของถ้อยคำนั้นเสียที
คืนนี้ เนื่องจากการที่เขาเปิดที่ดินบรรพบุรุษตระกูลลู ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่าในเทือกเขาเฉียนเฟ็ง
แต่บัดนี้ หลังจากความเปลี่ยนแปลงมากมายเหล่านี้สิ้นสุดลง มีเพียงเขาเท่านั้นที่จดจำไ