ี่สวมใส่อาภรณ์สีทองนั้นตายไปอย่างไร้เสียง
ไม่มีความโหดร้ายนองเลือดใดๆ
ทว่าภาพนี้ กลับสร้างความสะเทือนใจให้ผู้คนอีกครั้ง
ความแตกต่างนั้นห่างกันมากเกินไป
ราวกับเป็นความแตกต่างระหว่างผู้ปกครองกับมดปลวก
เพียงแค่ความคิดเดียวก็สามารถทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามได้
จะถามว่าใครบ้างที่จะไม่หวาดกลัว?
บุคคลลึกลับทั้งสี่ที่เหลืออยู่ ได้รับความสะเทือนใจมาก
ในห้วงเวลานั้น สตรีในชุดขนนกไม่ลังเลที่จะหันหลังกลับ
นางได้เรียกสายรุ้งเทพสีทองพุ่งทะลุมิติกาลเวลาเพื่อหลบหนี และนางก็หนีได้สำเร็จด้วย
แต่ทว่าผู้คนกลับเห็นภาพประหลาดน่าสยดสยองในอีกไม่นาน
สตรีในชุดขนนกที่หลบหนีไปได้เข้าสู่มิติกาลเวลาอีกด้านหนึ่งแล้ว แต่ร่างของนางกลับถูกคลื่นมิติกาลเวลาซัดแหลกสลายไปอย่างฉับพลัน
ทั้งร่างและวิญญาณล้วนดับสิ้น!
แม้จะอยู่ห่างกันเพียงมิติเดียว ก็ยังไมอาจหลีกหนีชะตากรรมการถูกลบเลือนได้!
“ทำไม ทำไมต้องปฏิบัติกับพวกเราเช่นนี้”
เด็กหนุ่มอาภรณ์ดำที่ยืนอยู่บนดอกบัวสีแดงเลือดนั้นถึงกับแตกสลาย
ไม่อาจทนต่อความหวาดกลัวแห่งความตายได้อีกต่อไป เขาจึงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
หากเป็นการตายในสนามรบ ก็คงไม่ต้องทรมานเช่นนี้!
ด้วยเหตุนี้ เด็กหนุ่มอาภรณ์ดำจึงลงมือ ยอมเดิมพันทุกอย่างไปจนหมดสิ้น
ชายในอาภรณ์สีเขียวยังคงไม่หันกลับมา
แต่ร่างของเด็กหนุ่มอาภรณ์ดำที่กำลังจะเข้าโจมตีกลับแตกสลายหายไปเหมือนฟองสบู่
ทั้งร่างยังไม่ทันได้เข้าใกล้แท่นบูชาเตานั้นเ