ก่ำด้วยความอัดอั้น
เฒ่าจ่าวรู้ดีว่าตนเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ก็ยังคงสู้สุดชีวิต
ผลลัพธ์ที่ได้คือ เขาก็ถูกกระแทกจนล้มลงนั่งกับพื้น เห็นดาวเต็มไปหมด
ตั้งแต่ต้นจนจบ ชายในอาภรณ์สีเขียวไม่เคยลงมือ ทั้งยังไม่เคยป้องกันเลยแม้แต่น้อย!
ลู่เยี่ยก็ยืนอยู่เบื้องหน้าพี่ใหญ่ลู่เซียวเช่นกัน
โซ่ตรวนสีดำในมือยังคงอยู่ กดทับพลังบำเพ็ญทั้งร่างของเขา ทำให้เขาไมอาจกระตุ้นรอยประทับบรรพจารย์มาใช้ได้เลย
แต่ลู่เยี่ยก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกแล้ว
ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดร้ายต่อพี่ใหญ่ของเขา เขาก็จะขวางอยู่ด้านหน้า
ถึงต้องตายก็ยอม!
เดิมทีชายในอาภรณ์สีเขียวไม่ได้สนใจ แต่เมื่อเห็นโซ่ตรวนสีดำที่ข้อมือของลู่เยี่ย เขาก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น
“เจ้ากับเขามีความสัมพันธ์อันใดกัน?”
ในที่สุดชายในอาภรณ์สีเขียวก็เอ่ยปาก น้ำเสียงเรียบเฉยพลางชี้ไปที่ลู่เซียว
สีหน้าของลู่เยี่ยสงบนิ่ง เผชิญหน้ากับสายตาของชายในอาภรณ์สีเขียวอย่างใจเย็น
“นั่นคือพี่ชายของข้า”
ชายในอาภรณ์สีเขียวผงกศีรษะเล็กน้อย
ดวงตาที่เคยเย็นชาของเขาดูอ่อนโยนขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กล่าวว่า
“วางใจเถิด เมื่อข้าอยู่ตรงนี้ พี่ชายของเจ้าจะไม่เป็นอันตราย”
ลู่เยี่ยชะงัก นี่หมายความว่าอย่างไร?
คนผู้นี้ที่เพิ่งปรากฏตัวเป็นคนสุดท้ายนี้ไม่ได้มาเพื่อแย่งชิงวาสนาบนร่างของพี่ใหญ่ของเขาหรือ?
“ท่านไม่คิดว่าตนเองโอหังจนไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเกินไปหน่อยหรือไม่?”
ชายชราใ