็ไม่ได้เหลือทิ้งไว้ เขาถูกลบเลือนออกจากโลกนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
มีเพียง ‘เจตจำนงดาบ’ ของเทือกเขาเฉียนเฟิงที่เพิ่งถูกแย่งชิงไปเมื่อครู่เท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ ทั้งหมดถูกคว้าเข้าไปในมือของชายในอาภรณ์สีเขียว
บุคคลลึกลับที่เหลืออีกห้าคนตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง แทบไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง
ชายในอาภรณ์สีเขียวยังคงหันหลังให้พวกเขา ไม่ได้หันกลับมามอง แต่ชายชราในอาภรณ์บัณฑิตกลับตายเสียแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีใครเห็นว่าชายในอาภรณ์สีเขียวลงมือได้อย่างไร!
ความหวาดกลัวที่ไมอาจบรรยายได้เข้ามาแทนที่ความโกรธแค้นในใจ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
คราวนี้พวกเขาเตะเข้าไปโดนแผ่นเหล็กเข้าแล้วจริงๆ!
ชายผู้นั้นหยิ่งผยองเกินไปจริงๆ แต่เขาก็มีความสามารถที่จะหยิ่งผยองได้!
เหล่าเกาและเฒ่าจ่าวนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น มองหน้ากันไปมา ทุกคนถูกความตกใจทำให้ชาไปทั้งตัว
ลู่เยี่ยตกตะลึงไปชั่วขณะ อดไม่ได้ที่จะถามว่า
“เป็นท่านลงมือจริงๆ หรือ”
ชายในอาภรณ์สีเขียวยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อน เพียงแค่เอ่ยคำว่า ‘น่ารำคาญ’ สองคำเท่านั้น ผลลัพธ์คือชายชราในอาภรณ์บัณฑิตที่มีพลังน่าสะพรึงกลัวถึงขั้นที่ไมอาจจินตนาการได้ กลับร่างระเบิดเสียแล้ว!
และยังตายโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย!
ชายในอาภรณ์สีเขียวส่งเสียงอืมออกมาครั้งหนึ่ง ก้มลงมองดูเจตจำนงดาบในมือ แล้วหันไปมองลู่เซียว ในดวงตาของเขาฉายแววซับซ้อน
มีทั้งความปลาบปลื้ม และความ