พลังลมปราณน่าสะพรึงกลัวราวกับเทพมารหลายร่างกำลังต้านทานแรงกดดันจากเมฆดำที่หมุนวน พวกเขากำลังมุ่งมาทางที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู
ในไม่ช้าพวกเขาก็จะบุกเข้ามา! เชี่ยงอวิ่นเทียนรับรู้ได้ถึงภาพเหตุการณ์นี้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็พลันคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง
“ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ข้าเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนไร้ค่า ไม่คู่ควรให้ท่านทั้งสองต้องเสียแรงมาสังหารเลย หากเป็นไปได้ ผู้น้อยขอสวามิภักดิ์! หากมีสิ่งใดที่ผู้น้อยพอจะช่วยได้ ผู้น้อยยอมตายหมื่นครั้งก็มิกล้าปฏิเสธ!”
เชี่ยงฉางจิ้งชะงักงัน เขาถึงกับเรียกตัวเองว่าผู้น้อย? บัดซบ! เมื่อเทียบกันแล้วในเรื่องความไร้ยางอาย ท่านบรรพชนของเขาดูเหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด!
“คุณชายลู ท่านคิดเห็นอย่างไร?” เฒ่าจ้าวถาม
ราวกับรู้สึกว่าการตัดสินครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึง เชี่ยงฉางจิ้งจึงตะโกนขึ้นว่า “สิ่งที่ชายชราเดรัจฉานนั้นทำได้ ข้าก็ทำได้เช่นกัน! และข้ายันทำได้ดีกว่าเขาอีกด้วย!”
“ทำร้ายพี่ชายของข้า ยังคิดจะมาเป็นสุนัขรับใช้ข้าอีกหรือ? เจ้ามีคุณสมบัติพอหรือ?” ลูเยี่ยถือดาบเดินเข้ามา ใช้ดาบฟันศีรษะของเชี่ยงฉางจิ้งขาดในคราวเดียว
หลังจากนั้น ลูเยี่ยจ้องมองศพของเชี่ยงฉางจิ้งแล้วกล่าวว่า “วันนี้เจ้าเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลลูมาเป็นเครื่องต่อรอง วันหน้าข้าจะไปเยี่ยมเยียนราชวงศ์เชี่ยงของพวกเจ้าบ้าง”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ลูเยี่ยก็เอ่ยเสริมว