หนี อีกทั้งยังคงกำลำคอของเชี่ยงฉางจิ้งไว้แน่น เพียงแค่เปิดดวงตาที่ขุ่นมัวขึ้นมาพิจารณาพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้น
ห้วงอากาศสั่นสะเทือน เปลวเพลิงแสงสว่างพลุ่งพล่าน พลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นรวมตัวกันเป็นร่างชายผู้สง่างามที่อาบไปด้วยแสงสลัว
ชายผู้นั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อคลุมลายมังกร พลังของเขานั้นเหนือกว่าปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก!
“พวกเจ้าเป็นใครกัน กล้าทำร้ายทายาทของราชวงศ์เชี่ยงของข้า?”
เสียงของชายผู้สง่างามดังกึกก้องคล้ายเสียงฟ้าร้องที่คำรามอยู่ไกล ๆ
เมื่อเห็นเหล่าเกาที่จับลำคอของเชี่ยงฉางจิ้งไม่ปล่อย ดวงตาของชายผู้สง่างามก็เปลี่ยนเป็นน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
“ท่านบรรพชน ลูกหลานที่ไร้ความสามารถทำให้ท่านขายหน้าแล้ว!” เชี่ยงฉางจิ้งรู้สึกโล่งอก กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “ข้าไม่กลัวตาย ขอเชิญท่านลงมือเถิด ขอจงกำจัดพวกชั่วช้าที่ไม่เห็นราชวงศ์เชี่ยงของพวกเราอยู่ในสายตาเหล่านี้”
“ดี! ไม่ต้องกลัว มีท่านบรรพชนอยู่ตรงนี้ หากเขากล้าทำอะไรเจ้า ข้าจะทำลายตระกูลเขาให้สิ้นซาก!”
ชายผู้สง่างามเอ่ยถ้อยคำอย่างหนักแน่นกังวานก้อง
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหล่าเกาพลันแสยะยิ้มพลางกล่าวว่า “วิญญาณควบแน่นเป็นตราประทับแปรเทพ เฒ่าจ้าว ข้าขอพนันว่าเขารับหมัดเจ้าไม่ได้แม้แต่หมัดเดียว!”
เฒ่าจ้าวใบหน้าไร้อารมณ์สบถออกมาประโยคหนึ่ง “บัดซบ เมื่อครู่ข้าถึงกับตกใจไปชั่วขณะ ที่แท้ก็เป็นแค่ตราประทับจิตเทวะเท่านั