ครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เถาปิงที่กำลังบีบคอลูเชียวอยู่ก็กล่าวเสียงเย็น “ข้าจะนับถึงสาม หากเจ้ายังไม่ไป ข้าจะหักขาพี่ชายของเจ้าทั้งสองข้างเดี๋ยวนี้!”
ขันทีเผยกล่าวว่า “หากเขายังไม่ไปอีกละ”
เถาปิงกล่าว “เช่นนั้นก็จะเหยียบกระดูกสันหลังของเขาให้แหลก ทำลายพลังบำเพ็ญของเขา!”
ขันทีเผยหัวเราะพลางหันกลับมามองลูเยี่ย “เจ้าก็ได้ยินแล้ว ยิ่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลย พี่ชายของเจ้าก็จะยิ่งต้องทรมาน เจ้าจะใจร้ายปล่อยให้เป็นเช่นนั้นหรือ?”
ลูเยี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กล่าวกับตนเองว่า “จริงด้วย แค่ที่ดินบรรพบุรุษเท่านั้น จริง ๆ แล้วไมอาจนำมาเทียบกับชีวิตพี่ชายของข้าได้”
เสียงทุ้มแหบยังคงก้องกังวาน ลูเยี่ยก้าวเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูใหญ่ของศาลบรรพชน
ประตูใหญ่ของศาลบรรพชนปิดสนิท เต็มไปด้วยร่องรอยกาลเวลาที่ผ่านมา นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีสิ่งใดพิเศษ
แต่ในช่วงสามวันที่ผ่านมา เชี่ยงฉางจิ้งและเหล่าปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ได้ลองวิธีต่าง ๆ มานับไม่ถ้วน แต่ก็ไมอาจทำให้ประตูบานนี้ขยับแม้แต่น้อย!
ศาลบรรพชนทั้งหมดของตระกูลลูราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นปิดผนึกอย่างสิ้นเชิง ไม่มีผู้ใดสามารถสั่นคลอนได้ แม้แต่จะพยายามทำลายก็ยังไม่สำเร็จ
ในขณะนี้ เมื่อลูเยี่ยยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองมาที่เขา
ลูเยี่ยไม่ได้ลังเล เขาใช้เคล็ดวิชาลับเฉพาะตัว ทันใดนั้น แผ่นป้ายหยกทองทมิฬก็เปล่งแสงสว่างอย่างเงียบ ๆ เปลี่ยนเป็นส