ขึ้น? ข้าไม่ได้บอกให้ปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพหรอกหรือ!”
ชายสวมอาภรณ์สีเงินที่ถูกเรียกว่าเถาปิงบ่นอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “องค์ชาย ท่านไม่ได้บอกว่าอยากจะงัดปากลูเชียวผู้นี้ เพื่อถามบางอย่างหรอกหรือพะยะคะ?”
“แต่เขาไม่ให้ความร่วมมือเลยนี่พะยะคะ!”
ชายสวมอาภรณ์สีเงินถอนหายใจพลางกล่าว “สิ่งที่น่าโมโหที่สุดคือ เจ้าเด็กคนนี้กล้าที่จะเพิกเฉยต่อข้า ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย!”
เขายกมือข้างหนึ่งกระชากผมของลูเชียว มืออีกข้างชี้ไปที่ใบหน้าของลูเชียว “อีกอย่างนะ ข้าก็ไม่ได้ลงมือหนักอะไร แค่ตบหน้าเขาเบา ๆ สามทีเท่านั้น ท่านก็รู้ว่าถ้าข้าออกแรงสักหน่อย หัวของเขาคงแตกละเอียดไปนานแล้ว”
เสียงตวาดของเชี่ยงฉางจิ้งดังขึ้น “ยังกล้าแก้ตัวอีกหรือ? แล้วมือทั้งสองของเขาเป็นอะไรไป?”
ชายสวมอาภรณ์สีเงินอธิบายว่า “สิบนิ้วเชื่อมโยงถึงหัวใจ ข้าคิดว่าเมื่อเขารู้สึกเจ็บปวด เขาคงจะให้ความร่วมมืออย่างว่าง่าย ดังนั้นข้าจึงถอนเล็บทั้งสิบนิ้วของเขาแล้วบีบกระดูกและเนื้อของนิ้วมือทั้งสิบให้แหลกละเอียด”
กล่าวจบ ชายสวมอาภรณ์สีเงินก็แสดงความหงุดหงิด “แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่ยอมเปิดปาก! ไม่เคยร้องว่าเจ็บเลยสักคำ!”
“มัดซบ! หากไม่ใช่เพราะองค์ชายกำชับให้ปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพ ข้าคงจะถลกหนังเขาออกมาแล้ว!”
ชายหนวดเคราสีขาวประหลาดใจ “กระดูกแข็งถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
หญิงสาวงดงามน่าหลงใหลอุทานออกมาด้วยความประห