ณาขององค์ชาย! พวกเราตระกูลลูจะไม่มีวันลืมเลือนพระคุณนี้!”
งานเลี้ยงสิ้นสุดลง ลูเยี่ยกล่าวลาแล้วจากไป เชียงฉางจิงนั่งอยู่ที่โต๊ะสุราเพียงลำพัง มือพลิกเล่นตราประทับทองแดงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษตระกูลลู ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ขันทีเผยยืนปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง ไม่กล้ารบกวน
ผ่านไปครู่ใหญ่ เชียงฉางจิงพลันเอ่ยขึ้นอย่างทอดถอนใจ“ลูเยี่ยผู้นี้ ช่างเป็นคนฉลาดโดยแท้!”
ขันทีเผยกล่าวเสียงเบาว่า“ครั้งนี้องค์ชายให้เกียรติและผลประโยชน์แก่ตระกูลลูมากขนาดนั้น เขาจะกล้าไม่รู้จักกาลเทศะได้อย่างไร?”
เชียงฉางจิงส่ายหน้าพลางยิ้ม“เจ้าพูดผิดแล้ว ลูเยี่ยผู้นี้ไม่เคยเป็นคนที่พูดด้วยง่ายเลย”
เขาดื่มสุราไปหนึ่งจอก ดวงตาลึกล้ำ“การล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิที่เขาไปเยียน การตายของพานโซวหูและเวยเทียนหลานเกี่ยวข้องกับพลังลมปราณลึกลับที่น่าสะพรึงกลัว”
“และข้ากล้ารับรองว่า พลังลมปราณลึกลับนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับลูเยี่ยอย่างแน่นอน”
“นอกจากนี้ ผู้มีฝีมือลึกลับที่สังหารเวยชางเจีย โมซิงโจว และหลัวอวินเจิง เห็นได้ชัดว่ามาจากกองกำลังลึกลับแห่งหนึ่ง”
“เป็นกองกำลังลึกลับนี้เองที่บังคับให้ตระกูลเวยที่เป็นตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดินเขียน ‘หนังสือสารภาพความผิด!’”
“ชัดเจนว่าในเมื่อคนจากกองกำลังลึกลับนี้ออกมาปกป้องตระกูลลู ย่อมต้องมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลลูอย่างแน่นอน!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เชียงฉางจิงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า“กล่าวตามตรงเถอ