่นอนว่าการที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อประโยชน์ของพวกเจ้าตระกูลลูเท่านั้น”
เห็นลูเยี่ยไม่ตอบ เชียงฉางจิงจึงตระหนักว่าหากไม่เพิ่มความพยายาม คงยากที่จะทำให้ลูเยี่ยยอมประนีประนอม เขาตั้งใจครู่หนึ่ง สีหน้าเคร่งขรึมแล้วกล่าวว่า“ลูเยี่ย…”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดต่อ ลูเยี่ยก็ตบโต๊ะอย่างแรง
ปัง!
ถ้วยชามสั่นไหว สุราหกสาดกระเซ็น สีหน้าของเชียงฉางจิงมืดลง นี่คือไม่อยากคุยแล้ว อยากจะพลิกโต๊ะเลยหรือไร? ขันทีเผยจ้องมองลูเยี่ย แววตาที่ลึกซึ้งมีประกายเย็นยะเยือก เด็กคนนี้ช่างไมฉลาดเอาเสียเลย!
เห็นลูเยี่ยลุกขึ้นยืน สีหน้าเคร่งขรึมกล่าวว่า
“องค์ชายไม่จำเป็นต้องพูดแล้ว สำหรับตระกูลลูของข้าแล้ว ตราประทับทองแดงที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนี้ เป็นเหมือนมันเทศร้อน ๆ ที่จับแล้วลวกมือ และพวกเราคงเก็บรักษามันไว้ไม่ได้แน่!”
“หากสามารถมอบให้องค์ชายเก็บรักษาไว้ ก็เป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว”
กล่าวจบ ลูเยี่ยก็ล้วงเอาตราประทับทองแดงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้เชียงฉางจิง“รบกวนองค์ชายแล้ว!”
เชียงฉางจิง“หือ…”
ขันทีเผยก่นด่าอยู่ในใจ จะตกลงก็ตกลงไป จะตบโต๊ะทำไม!
“ลูเยี่ย เจ้าวางใจได้!”
เชียงฉางจิงรับตราประทับทองแดงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษของตระกูลลูมา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เมื่อมีข้าอยู่ ตระกูลลูในอนาคตจะต้องรุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างแน่นอน อนาคตสดใสไร้ขีดจำกัด!”
ลูเยี่ยกล่าวด้วยความซาบซึ้ง“ทุกสิ่งล้วนเป็นพระกรุ