ล้วจึงเปลี่ยนประเด็นการสนทนาอย่างรวดเร็ว“นอกจากนั้น… ยังมีเรื่องอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องรบกวนองค์ชาย”
ยังมีอีกหรือ? ขันทีเผยทนฟังไม่ได้อีกต่อไป คนผู้นี้ช่างไม่รู้จักประมาณตนเอาเสียเลย ทำไมถึงโลภมากอย่างไร้ขอบเขตเช่นนี้!
เชียงฉางจิงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม“เจ้าลองว่ามาสิ”
ลูเยี่ยกล่าวว่า“ตระกูลใหญ่พันปีอย่างตระกูลพานในชางโจวนั้น คือศัตรูตัวฉกาจของตระกูลลูข้า หากเป็นไปได้…”
ยังกล่าวไม่ทันจบ ขันทีเผยก็เปลี่ยนสีหน้าและเอ่ยแทรกขึ้นว่า“คุณชายลู คำขอนี้มันมากเกินไปแล้ว!”
น้ำเสียงของขันทีเผยเริ่มไม่พอใจ“ทั่วทั้งเมืองหลวง ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าน้องสาวของประมุขตระกูลพานคือสนมที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานที่สุด?”
ลูเยี่ยกล่าวอย่างประหลาดใจ“ตระกูลพานมีที่พึ่งยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เชียงฉางจิงพยักหน้าและกล่าวว่า“สิ่งที่ขันทีเผยกล่าวไม่ใช่คำเหลวไหล ตอนนี้ตระกูลพานนับได้ว่าเป็นพระญาติของราชวงศ์แล้ว”
ลูเยี่ยถอนหายใจและเงียบลง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เชียงฉางจิงก็กัดฟันและกล่าวว่า“ช่างเถอะ ข้าไม่อาจนั่งมองดูโดยไม่ทำอะไรเลย เอาอย่างนี้ หากเจ้ามอบตราประทับทองแดงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษให้ข้าเก็บรักษาไว้ ข้าสัญญาว่าตระกูลพานจะไม่กล้าเป็นศัตรูกับตระกูลลูอีกต่อไป!”
ลูเยี่ยหัวเราะเยาะในใจ เพิ่งจะหมายที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู แล้วก็มาคิดหมายเอาตราประทับทองแดงที่สืบทอดจากบรรพบุรุษของตระกูลลูอีกหรือ?
“แน