้วยกันเถิด”
ลูเยี่ยชะงักไป ยังต้องไปร่วมงานเลี้ยงอีกหรือ?
ขันทีเผยยิ้มกล่าว“คุณชายลู องค์ชายสามเสด็จมาเชิญท่านโดยเฉพาะเลยนะขอรับ”
ลูเยี่ยยิ้มและกล่าวว่า“ได้สิ ขอน้อมรับด้วยความเคารพ”
หอสุราที่สูงสุดในเมืองเทียนเหอ เมื่อยืนอยู่บนยอดหอก็จะสามารถมองเห็นเมืองได้เกือบทั้งหมด
บัดนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว ท้องฟ้ามีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับ
ห้องโถงชั้นบนสุดของหอไคว้ยื่อสว่างไสวไปด้วยโคมไฟ บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารรสเลิศหายากหลายชนิด สาวใช้สวยงามเดินไปมาคอยรินชาเติมน้ำ
แต่เนื่องจากเจ้าภาพยังมาไม่ถึง งานเลี้ยงจึงไม่สามารถเริ่มได้ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานแล้วได้แต่รอคอยอย่างอดทน
เมื่อลูเยี่ยและองค์ชายสามเชียงฉางจิงมาถึง ลูเยี่ยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
มีเจ้าเมืองเทียนปอฉง ท่านเจ้าสำนักเซวียไปซงแห่งสำนักศึกษาเทียนเหอ หลีหยวนชงประมุขตระกูลหลี ฟางหงถูประมุขตระกูลฟาง จวนที่ว่าการกรมโหรหลวง ผู้ดูแลหลัวหง และคนอื่น ๆ ต่างอยู่ที่นั่นด้วยกันทั้งหมด
“พวกเราขอคารวะองค์ชายสาม!”
เทียนปอฉงและคนอื่น ๆ ต่างพากันแสดงความเคารพ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความนอบน้อม
“ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับพิธีการมากนัก นั่งลงกันเถิด”
องค์ชายสามเชียงฉางจิงรับสั่งพร้อมรอยยิ้ม“ลูเยี่ย เจ้ามานั่งข้างข้า!”
แต่ลูเยี่ยกลับไม่ได้นั่งลง เขามองไปที่เชียงฉางจิง
“องค์ชายสามจะไม่รู้หรอกหรือว่าข้ามีความแค้นกับคนเหล่านี้?”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศ