ในห้องโถงใหญ่ก็พลันเงียบลงอย่างรวดเร็ว หลายคนรู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าลูเยี่ยจะกล้าไม่สุภาพกับองค์ชายสามเช่นนี้
เซวียไปซงตวาดขึ้น“บังอาจ! ลูเยี่ย เจ้าพูดกับองค์ชายสามเช่นนั้นได้อย่างไร?”
เทียนปอฉงกล่าวเสียงทุ่มต่ำ“ลูเยี่ย ไม่พูดถึงความแค้นส่วนตัวของพวกเราเลย คืนนี้เป็นงานเลี้ยงที่องค์ชายสามจัดเตรียมด้วยตนเอง เจ้าอย่าได้ทำลายความสุขขององค์ชายเลย!”
ลูเยี่ยไม่สนใจพวกเขา เพียงแตมองเชียงฉางจิงเท่านั้น
แต่กลับเห็นเชียงฉางจิงหัวเราะอย่างสดใสพลางกล่าวว่า“ลูเยี่ย เจ้านี่ช่างเป็นคนที่ทนไม่ได้แม้จะมีผงเข้าตา แต่นิสัยแบบนี้ข้าชอบ!”
กล่าวจบ เขาก็ชี้ไปที่อาหารเลิศรสบนโต๊ะ“จุดประสงค์ที่ข้าจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การกินดื่ม แต่เพื่อมอบของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เจ้าอีกชิ้นหนึ่ง!”
ลูเยี่ยกล่าว“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไร”
ทันทีที่คำพูดนี้ดังขึ้น ก็เห็นขันทีเผยที่ติดตามเชียงฉางจิงมาตลอดก้าวออกมาอย่างฉับพลัน
ชายชราในชุดผ้าฝ้ายผู้นี้สะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้าง แสงประกายเย็นวาบพุ่งออกมาเป็นสาย
ในชั่วขณะต่อมา ศีรษะของเทียนปอฉง เซวียไปซง หลีหยวนชง ฟางหงถู และคนอื่น ๆ ร่วงลงจากลำคอพร้อมกัน
เลือดสดจากรอยขาดที่คอพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ กระเซ็นลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส เลือดสีแดงสดและร้อนระอุ ช่างแสบตายิ่งนัก เหมือนดังภาพอาหารเลิศรสที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างฉับพลัน
ผลกระทบทางสายตาเช่นนี้ ทำให