้พิทักษ์แผ่นดินล้วนส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทั่วทั้งใต้หล้า
บัดนี้ ตระกูลเวยสูญเสียปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ไปถึงสี่คน แต่กลับไม่มีการแก้แค้น ซ้ำยังประกาศ ‘หนังสือสารภาพความผิด’ ต่อสาธารณชน เป็นที่คาดได้ว่า เหตุการณ์นี้สร้างความสั่นสะเทือนใหญ่หลวงเพียงใดต่อทั่วทั้งใต้หล้า!
เมื่อความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทีละเรื่อง ชื่อของตระกูลลูแห่งเมืองเทียนเหอและลูเยี่ยก็แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดิน
“ที่แท้ผู้ที่ทำให้ตระกูลเวยต้องเสียหายอย่างหนักคือตระกูลลูที่ลู่ซิงอี้สังกัดอยู่นั่นเอง!”
“ลูเยี่ย? คนนั้นที่เป็นจวงหยวนด้านวิถียุทธเมื่อสามปีก่อนหรือ?”
“ใช่ เขานั่นแหละ! บุตรกิเลนแห่งตระกูลลูที่ฝ่าบาททรงสรรเสริญด้วยพระโอษฐ์เอง!”
“แปลกจริง ตระกูลลูเมื่อเทียบกับตระกูลเวยก็เหมือนความแตกต่างระหว่างตั๊กแตนกับราชสีห์ ตระกูลลูเชิญพลังอำนาจใดมากันแน่ จึงทำให้ตระกูลเวยต้องกล้ำกลืนฝืนทนและสารภาพผิดเช่นนี้?”
“ต้องเป็นผู้ที่แม้แต่ตระกูลเวยก็ไม่กล้าล่วงเกินแน่นอน!”
“น่าเสียดาย ตอนนี้ยังไม่ทราบชัดว่าใครกันที่กดหัวตระกูลเวยให้ยอมรับความผิด”
คำวิพากษ์วิจารณ์ในทำนองนี้มือยู่มากมาย แต่ทุกคนล้วนรู้ดีว่า สิ่งที่บีบบังคับให้ตระกูลเวยต้องก้มหัวยอมรับผิด มิใช่ตระกูลลูอย่างแน่นอน ยิ่งไม่ใช่เด็กหนุ่มอย่างลูเยี่ยคนนี้เป็นแน่
เมืองเทียนเหอ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สมาชิกตระกูลฟางไม่กล้าออกไปข้างนอกเลย เพราะตราบใดที่