กูลลูข้าอีกหรือ?”
เชี่ยหลิงชิวเอ่ยเตือนว่า “ลมพัดแรงคลื่นสูง ย่อมมีภัยพิบัติตามมา เจ้าห้ามประมาทเด็ดขาด”
ลูเยี่ยหรี่ตาลง หากยังมีคนหัวแข็งไม่ยอมจำนนมาอีก คงจะจัดการได้ยากกว่าตระกูลเวยเสียอีก!
ช่วงเย็นวันรุ่งขึ้น มีบ่าวรีบร้อนมารายงาน “ท่านประมุขตระกูล กรมตรวจการเสวียนจิงส่งข่าวมาว่า ในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า องคชายสามจะเสด็จมาเยือนด้วยพระองค์เอง!’ น้ำเสียงของบ่าวสั่นเครือ
องคชายสาม! นี้คือเชื้อพระวงศ์ที่แท้จริง! ฐานะสูงส่ง สูงศักดิ์จนไมอาจกล่าวได้! ใครจะคาดคิดได้ว่า วันหนึ่งองคชายจะมาเยือนตระกูลลูด้วยพระองค์เอง?
“องคชายสาม?” ลูเยี่ยชะงัก ในใจมีความทรงจำอันพร่าเลือนอยู่บ้าง ในปีนั้นเขาได้เข้าร่วมการสอบขุนนางที่เมืองหลวง หลังจากได้เป็นจวงหยวนด้านวิถียุทธแล้ว เขาได้รับเชิญพร้อมกับเหล่าคนหนุ่มที่มีพรสวรรค์ที่เข้าร่วมการสอบขุนนางด้วยกัน ให้ไปยังวังหลวงเพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลอง เขาจำได้ว่าตอนนั้น องคชายสาม ‘เชียงฉางจิง’ ก็อยู่ในงานด้วย ว่ากันว่าองคชายสามผู้นี้มีอุปนิสัยเปิดเผยและสงางาม เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ นับว่าเป็นผู้ที่โดดเด่นในบรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย
“เซียงฉางจิงเสด็จมาด้วยพระองค์เอง?” เชี่ยหลิงชิวขมวดคิวเรียว “หรือว่าราชวงศ์ต้าเฉียนจะลงมือด้วยตัวเอง? หากเป็นเช่นนั้น เรื่องนี้จะยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม…”
ในต้าเฉียนมีคำกล่าวมาโดยตลอดว่า สิ่งที่อยู่นอกเหนือทางโลก ขึ้นตรงต่อเจ็ดสำนักใหญ่แห