อ่อนโยน “นางมีนิสัยดื้อรั้น อีกทั้งในใจก็เกลียดเจ้ามาก จึงย่อมไม่อยากให้เจ้ารู้ และสิ่งที่สำคัญที่สุด นางไม่ต้องการให้เจ้าต้องซาบซึ้งในบุญคุณของนาง”
ลูเยี่ยถอนหายใจ “เกลียดข้าแต่ยังช่วยเหลือข้า ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้ายอมให้นางเกลียดข้ามากกว่านี้อีกหน่อยก็ได้”
เชี่ยหลิงชิวจ้องมองลูเยี่ยอย่างดุดัน “ได้รับประโยชน์แล้วยังจะทำตัวเหลวไหล!”
ลูเยี่ยหัวเราะพลางกล่าวว่า “ข้าเพียงแต่เสียดายที่มีขาใหญ่อยู่ตรงหน้า แต่ข้ากลับไมได้กอดไว้ให้แน่น พอนึกถึงก็รู้สึกเจ็บใจนัก”
เชี่ยหลิงชิวอดยิ้มออกมาไมได้
ลูเยี่ยเก็บรอยยิ้ม กล่าวอย่างจริงจัง “งั้น…ข้าจะได้พบกับนางอีกหรือไม่?”
เชี่ยหลิงชิวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ตอบว่า “ยากมาก”
ลูเยี่ยกลับมองโลกในแง่ดี กล่าวว่า “ในใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดยาก เพียงแต่กลัวว่าไม่มีผู้ลงมือทำ ข้าเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะสามารถกอดขาใหญ่ของนางได้อีกครั้ง เพื่อรักษาโรคกระเพาะของข้าให้หายดี”
เชี่ยหลิงชิวอึ้งไป “โรคกระเพาะหรือ?”
ลูเยี่ยพูดมุกเก่าซ้ำอีกครั้ง “หมอบอกว่าข้ามีปัญหาเรื่องกระเพาะตั้งแต่เด็ก ชาตินี้ได้แต่กินข้าวอ่อน (พึ่งพาผู้อื่น)”
เชี่ยหลิงชิว “……”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เชี่ยหลิงชิวจึงเอ่ยว่า “เจ้าวางใจได้ ตราบใดที่เจ้าไม่ไปยั่วโมโหตระกูลเวย ในอนาคตตระกูลเวยจะไม่กล้าโจมตีตระกูลลูอีก”
หัวใจของลูเยี่ยสั่นสะเทือน เขาตกตะลึง
เวยเทียนหลาน เวยชางเจีย โมซิงโจว… เท่าที่ลูเยี่ยรู้ ตร