้นความรู้สึกมากเกินไป จนทำให้เขารู้สึกราวกับว่าได้ผ่านช่วงชีวิตหนึ่งไปแล้ว
ทั้งผู้คนในตระกูลตระกูลลูล้วนเตรียมพร้อมที่จะตายมานานแล้ว เมื่อได้รู้ว่าวิกฤตได้คลี่คลายลงแล้ว ทุกคนต่างรู้สึกราวกับได้รอดชีวิตจากเคราะห์กรรม หลายคนถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ
“เมืองเทียนเหอนี้นับวันยิ่งประหลาดมากขึ้น วันนี้ถึงกับมีมังกรข้ามแม่น้ำถึงสองตัวบุกเข้ามา…”
ที่ประตูใหญ่สำนักศึกษาเทียนเหอ เหลาเกานั่งยอง ๆ บนพื้น สูบกล้องยาสูบเสียงดัง ดวงตาขุ่นมัวของเขาเต็มไปด้วยประกายแปลกประหลาด
“แต่ว่า พวกเขาดูเหมือนไมได้มาเพื่อที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลู ซึ่งหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่จะจมลงในหลุมโคลนไปได้”
ทันใดนั้น เหลาเกาก็ตกตะลึง “ช่างประหลาดจริงๆ เจ้าหนุ่มแซ่ลูนั่นเชิญคนมาชวยจากที่ไหนกันนะ?”
เหลาเกาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เหมือนกำลังจะสำรวจตรวจสอบอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจยาว แล้วนั่งยอง ๆ ลงที่เดิมด้วยท่าทางเหงาหงอย
ยังไมถึงเวลา! ในเมืองนี้ แม้แต่พวก ‘มังกรวารี’ ที่ซ่อนตัวมานานหลายปียังอดทนไม่โผล่หัวออกมา ตัวเขาเองจะต้องออกมาทำไมกัน
ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลลู
“ข้าเคยสัญญาไว้ว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องใด ๆ”
ก่อนที่ลูเยี่ยจะถามอะไร เชี่ยหลิงชิวก็กล่าวว่า “แต่ข้าคิดว่าเจ้าคงคาดเดาบางอย่างออกมาบ้างแล้ว”
ลูเยี่ยกวาดสายตาช้า ๆ ไปทั่วห้องโถงใหญ่ในที่สุดก็พยักหน้า “ข้าคาดเดาได้แล้ว แต่เหตุใดนางถึง…”
เชี่ยหลิงชิวมองด้วยแววตา