ั้งอยู่
แม้จะเห็นเพียงโครงร่างที่ไม่ชัดเจน แต่ลูเยี่ยกลับพบว่า ‘ตันเถียน’ ของตน กลับมีความคล้ายคลึงกับ ‘ตำหนักลึกลับ’ แห่งนั้นอย่างมาก!
“นี่คงไม่ได้หมายถึงอะไรกระมัง?”
ลูเยี่ยรู้สึกสะท้านใจ
“รอให้พลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักวิญญาณของข้า มั่นคงเสียก่อน แล้วข้าจะหาโอกาสเข้าไปในโลกภายในผังดาบเก้าคุมขังสักครา”
ลูเยี่ยตัดสินใจแล้ว
รุ่งเช้าวันถัดมา หลังจากลูเยี่ยล้างหน้าล้างตาแล้วก็ไปเยี่ยมเชี่ยหลิงชิว
“เอ? เจาก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณแล้วหรือ?”
เชี่ยหลิงชิวตกตะลึง สัมผัสได้ในทันทีว่าพลังลมปราณทั่วร่างของลูเยี่ยแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
ลูเยี่ยยิ้มพลางกล่าว “ทะลวงขอบเขตได้เมื่อคืนนี้เอง”
แม่นางนัวนัวพึมพำ “มีอะไรยอดเยี่ยมนักเชียว ข้าก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่แปดมานานแล้ว ไม่เกินสามเดือนข้าก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตตำหนักวิญญาณการหลอมรวมที่เก้าได้!”
ลูเยี่ยกล่าวด้วยความชื่นชม “นัวนัวเก่งยิ่งนัก ต่อไปต้องพึ่งพาให้เจ้าคอยดูแลข้าให้มากขึ้นแล้ว”
นัวนัวจ้องมองลูเยี่ยด้วยสายตาเขม็ง “เจ้าแสดงความองอาจในการล่าสัตว์ที่เขาไปเยียนมากขนาดนั้น ข้าคงปกป้องเจ้าไม่ไหวหรอก!”
ลูเยี่ยหัวเราะออกมา เขาชอบเป็นอย่างมากที่ได้พูดคุยเล่นหยอกล้อกับแม่นางนัวนัว
ทุกครั้งที่ได้เห็นสีหน้าฮึดฮัดของเด็กสาว ก็ดูน่ารักเป็นที่สุด
อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ต่อหน้าเชี่ยหลิงชิว ลูเยี่ยก็ไม่กล้าที่จะแสดงความเ